ปล่อยแล้ว! ตัวอย่างแรก ‘Shrek 5’ แต่ Gingerbread Man ขโมยซีนไปเต็ม ๆ
โลเกชั่นใหม่ Further Further Away สไตล์แอนิเมชันทันสมัยขึ้น และลูก ๆ ทั้งสามที่โตเป็นหนุ่มสาวแล้ว
สรุป
- Universal Pictures ปล่อยทีเซอร์ตัวแรกของภาพยนตร์เรื่องShrek 5, โดยมีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์วันที่ 30 มิถุนายน 2027
- ทีเซอร์เผยโฉมโลเกชั่นใหม่ชื่อ Further Further Away สไตล์แอนิเมชันที่อัปเดตให้ทันสมัยขึ้นเล็กน้อย และตัวละครใหม่อีกสามตัวที่ได้ Zendaya, Marcello Hernandez และ Skyler Gisondo มาพากย์เสียง
- ผู้กำกับ Conrad Vernon และ Walt Dohrn สองตัวจริงแห่งแฟรนไชส์ ใช้ฟุตเทจนี้ส่งสัญญาณถึงพัฒนาการด้านโทนเรื่องและภาพ แต่ยังรักษาทีมนักแสดงชุดดั้งเดิมและอารมณ์กวน ๆ แบบเดิมไว้ครบถ้วน
Universal Pictures ปล่อยทีเซอร์ตัวแรกของShrek 5, เผยภาพชัดที่สุดในตอนนี้ว่าผู้กำกับ Conrad Vernon และ Walt Dohrn จะพาแฟรนไชส์ไปทิศทางไหน ก่อนหวนคืนจอวันที่ 30 มิถุนายน 2027 ฟุตเทจนี้สั้นและตั้งใจให้วุ่นวาย แต่ซ่อนข้อมูลเชิงโครงสร้างไว้แน่นกว่าที่การชมรอบแรกจะทำให้รู้สึกได้
จังหวะแรกของตัวอย่างเล่าเรื่องได้ชัด แทนที่จะเปิดด้วยฟุตเทจใหม่แบบไม่เกริ่นนำ ตัวอย่างกลับเริ่มจากภาพหนังปี 2001 เวอร์ชันนิทาน ก่อนที่ Donkey จะโผล่มาขัดจังหวะประกาศว่าถึงเวลาเมกโอเวอร์แล้ว การขัดจังหวะนั้นไม่ใช่แค่เล่นมุก แต่คือการยอมรับอย่างตรงไปตรงมาถึงการรีเฟรชงานแอนิเมชันที่เห็นได้ทั่วทั้งตัวอย่าง ตัวละครถูกเรนเดอร์ให้มีผิวสัมผัสและความสมจริงขึ้นเล็กน้อย อัปเดตภาษาภาพของซีรีส์โดยไม่ทิ้งเอกลักษณ์ดั้งเดิม การเลือกให้ Donkey เป็นคนชี้ให้เห็น แทนที่จะปล่อยให้ผู้ชมสังเกตเองเงียบ ๆ คือการตัดสินใจที่มั่นใจมาก มันบอกชัดว่าผู้สร้างรู้ดีว่าตัวเองเปลี่ยนอะไรไป และไม่ได้ขออนุญาตใครทั้งนั้น
โลเกชั่นใหม่ เมืองชื่อ Further Further Away คือองค์ประกอบด้านการสร้างโลกที่อัดแน่นที่สุดในตัวอย่าง หาก Far Far Away คืออาณาจักรเทพนิยายที่พร้อมให้ล้อเลียน Further Further Away กลับให้ฟีลหม่น ดิบ เมืองจัดจ้านและโกลาหลกว่าเดิม คุกใต้ดิน ห้องขัง และสโนว์แมนในซอกตรอก — ที่ล้อเลียนจากFrozenเวอร์ชัน Olaf — ที่ถามว่า “อยากเดตกับสโนว์แมนไหม?” ล้วนชี้ไปที่โลเกชั่นที่เปิดพื้นที่ให้แฟรนไชส์เล่นรายละเอียดได้มากขึ้นกว่าดินแดนเทพนิยายขัดเงาในภาคก่อน ๆ การจิก Olaf ก็แสบใช่เล่น มุกนี้ใช้ได้ก็ต่อเมื่อผู้ชมมีความผูกพันบางอย่างกับผลงานของ Disney ซึ่งแฟรนไชส์นี้เชื่ออยู่แล้วว่าคนดูมี
ซีนที่ The Gingerbread Man พูดว่า “caked up like a freaking bakery” พร้อมกระดุม gumdrop ติดอยู่ตรงก้น กลายเป็นฉากที่คนพูดถึงกันมากที่สุด และยังเป็นซีนที่เฉียบคมที่สุดในเชิงเทคนิคด้วย Conrad Vernon ผู้พากย์ Gingy ในทุกภาค ส่งมุกนี้ออกมาเป็นยูนิตคอมเมดี้ที่สมบูรณ์ในตัวเอง: ปูมุก ใส่หมัดเด็ด รับส่งปฏิกิริยา แล้วตัดจบ
การเพิ่มตัวละครลูกวัยทีนทั้งสามของ Shrek และ Fiona ซึ่งได้ Zendaya พากย์เป็น Felicia, Marcello Hernandez เป็น Fergus และ Skyler Gisondo เป็น Farkle คือสัญญาณชัดที่สุดว่าพลังดราม่าของหนังจะมุ่งไปทางไหน การดันเจเนอเรชันที่สองเข้ามาทำให้แคสต์ขยายออกโดยไม่ทำลายเคมีหลัก และยังใส่กลไกให้เนื้อเรื่องได้สำรวจธีมเรื่องตัวตนและการเป็นส่วนหนึ่งของสังคมในมุมมองคนละรุ่น ช็อตปิดท้ายในห้องขัง ที่ตัวละครทุกคนเบียดกันแน่นขณะ Donkey ร้องเพลง “Baby Come Back” และ “Roxanne” ให้ Shrek ที่ออกอาการหงุดหงิดชัด ๆ ฟัง ยืนยันว่าไดนามิกพ่อแม่-ลูกจะถูกเล่นทั้งในมุมตึงเครียดและอบอุ่นไปพร้อมกัน
Vernon และ Dohrn ไม่ใช่มือใหม่ที่ถูกดึงมาชุบชีวิตแฟรนไชส์แบบฉาบฉวย Vernon เคยร่วมกำกับShrek 2และพากย์เสียง Gingy ตลอดทั้งซีรีส์ ขณะที่ Dohrn รับหน้าที่ทั้งเขียนบท ดูแลงานอาร์ต และคุมทิศทางเนื้อเรื่องในภาคสอง สาม และสี่ รวมถึงพากย์ Rumpelstiltskin ในShrek Forever After. ความคุ้นมือกับโปรเจ็กต์นี้สะท้อนชัดในจังหวะการเล่าเรื่องของตัวอย่าง ที่ปล่อยหลวมพอให้รู้สึกเป็นธรรมชาติ แต่ก็แน่นจนทุกซีนทำหน้าที่อย่างน้อยสองอย่างในเวลาเดียวกัน
ชมตัวอย่างได้ด้านบนShrek 5มีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์วันที่ 30 มิถุนายน 2027


















