โปรดิวเซอร์มือทองผู้เข้าชิง Grammy “Tay Keith” เสียชีวิตแล้วในวัยเพียง 29 ปี
โปรดิวเซอร์เพลงฮิต Tay Keith ผู้เคยร่วมงานกับ Beyoncé, Drake และ Lil ได้เสียชีวิตลงแล้วในวัย 29 ปี
สรุป
Tay Keith โปรดิวเซอร์เพลงฮิตชื่อดังและผู้เข้าชิงรางวัล Grammy เสียชีวิตแล้วในวัยเพียง 29 ปี เขาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเพลงดังของศิลปินระดับโลกอย่าง Beyoncé, Drake, Eminem และ Travis Scott รวมถึงซิงเกิล “Look Alive”, “Nonstop” และ “Sicko Mode” ที่ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในโปรดิวเซอร์ฮิปฮอปร่วมสมัยที่ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของวงการ
โปรดิวเซอร์ดนตรีชื่อดัง Tay Keith เสียชีวิตในวัยเพียง 29 ปี ศิลปินผู้สร้างเพลงฮิตที่เคยเข้าชิงรางวัล Grammy รายนี้มีชื่อจริงว่า Brytavious Lakeith Chambers โดยเจ้าหน้าที่พบร่างของเขาเมื่อช่วงบ่ายวันพฤหัสบดี ภายในอพาร์ตเมนต์ที่เมือง Nashville รัฐ Tennessee
ตามคำแถลงอย่างเป็นทางการจาก Metro Nashville Police Department เจ้าหน้าที่พบร่างของ Chambers ระหว่างการเข้าตรวจสวัสดิการตามปกติที่ที่พักของเขา ขณะนี้ตำรวจยืนยันชัดเจนว่าไม่พบข้อบ่งชี้ของการถูกทำร้ายหรือการกระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตครั้งนี้ สาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดยังไม่สามารถสรุปได้ เนื่องจากยังรอผลชันสูตรอย่างเป็นทางการอยู่
Keith เกิดเมื่อวันที่ 20 กันยายน 1996 ที่เมือง Memphis รัฐ Tennessee เขาเริ่มต้นเส้นทางดนตรีตั้งแต่วัยรุ่นด้วยการทำบีตและโปรดิวซ์เพลง ก่อนอัปโหลดลง YouTube โดยตรง กระทั่งแจ้งเกิดในกระแสหลักได้สำเร็จในปี 2018 จากการร่วมงานอย่างร้อนแรงกับแร็ปเปอร์ BlocBoy JB โปรดิวซ์เพลงดังอย่าง “Rover”, “Shoot” และซิงเกิลสุดฮิต “Look Alive” ที่ได้ Drake มาร่วมฟีเจอริง
โปรดิวเซอร์คนนี้ตอกย้ำสถานะในฐานะหนึ่งในผู้ออกแบบซาวด์ฮิปฮอปร่วมสมัยที่ทรงอิทธิพลอย่างรวดเร็วในช่วงปลายปีเดียวกัน ผลงานในปี 2018 ของเขารวมถึงการโปรดิวซ์ “Nonstop” ของ Drake, “Not Alike” ของ Eminem และ “Sicko Mode” ของ Travis Scott ซึ่งทำยอดขายระดับมัลติแพลทินัม และส่งให้ Keith เข้าชิงรางวัล Grammy สาขา Best Rap Song เส้นทางอาชีพที่อุดมไปด้วยผลงานยังพาเขาไปร่วมงานกับศิลปินระดับไอคอนมากมาย รวมถึงการโปรดิวซ์เพลง “Before I Let Go” ให้ Beyoncé ในอัลบั้มปี 2019 ของเธออย่างHomecoming: The Live Album, เพลง “Holiday” ของ Lil Nas X ในปี 2020 และแทร็กสุดอัดแน่นด้วยซูเปอร์สตาร์ “I Did It” ของ DJ Khaled ในปี 2021


















