Ferrari ปี 1966 คู่ใจ Eric Clapton เตรียมขึ้นประมูลเอาใจนักสะสม
Ferrari 275 GTB/4 ปี 1966 คันหายาก พวงมาลัยขวา แต่งสี Grigio Argento สุดคลาสสิก พร้อมประวัติสายแข่งแน่น ๆ ใน East Africa.
สรุป
- Ferrari 275 GTB/4 ปี 1966 คันงามที่เคยเป็นของร็อกไอคอนระดับตำนาน Eric Clapton หวนคืนสู่ตลาดอีกครั้ง พร้อมประวัติการลงสนามแข่งสุดโดดเด่นในแอฟริกาตะวันออก
- รถ grand tourer คันนี้เป็นหนึ่งในเพียง 31 คันแบบพวงมาลัยขวาที่ผู้ผลิตสัญชาติอิตาลีรายนี้เคยผลิตออกมา
- ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ V-12 ขนาด 3.3 ลิตร กำลัง 300 แรงม้า แชสซีคันนี้จึงกลายเป็นหนึ่งในเป้าหมายลำดับต้น ๆ ที่บรรดานักสะสมรถระดับโลกต่างหมายตา
Ferrari 275 GTB/4 ปี 1966 คันนี้ ซึ่งมีรากเหง้าลึกซึ้งในโลกมอเตอร์สปอร์ตและผ่านมือคนดังระดับซูเปอร์สตาร์ ได้กลับเข้าสู่ตลาดอย่างเป็นทางการอีกครั้ง รถ grand tourer ระดับตำนานหมายเลขแชสซี 09261 มาพร้อมประวัติที่หลากหลายอย่างน่าทึ่ง จนโดดเด่นเหนือรุ่นผลิตปกติ รถถูกส่งตัวไปยัง Kenya ตั้งแต่แรกเพื่อใช้ลงแข่ง สร้างสายเลือดนักแข่งในแอฟริกาตะวันออกตั้งแต่ยุคเริ่มต้น ก่อนจะถูกเก็บเข้าสู่คอลเลกชันส่วนตัวของร็อกไอคอน Eric Clapton ในปี 2003
ในฐานะหนึ่งในเพียง 31 คันแบบพวงมาลัยขวาที่เคยถูกผลิตออกมา รถคันนี้ถือเป็นสเปกหายากสุดขีดของตัวถังทรงไอคอนิกที่ได้รับการยกย่องอยู่แล้ว ตัวถังคูเป้ผสานเส้นสายดุดันแบบอิตาเลียนเข้ากับงานวิศวกรรมกลไกระดับประณีต ออกแบบมาตั้งแต่ต้นเพื่อครองทั้งสนามแข่งและถนนโล่ง การส่งรถกลับสู่สีเทาเมทัลลิก Grigio Argento เดิมจากโรงงานคือการคารวะต่อวิสัยทัศน์ด้านความงามของแบรนด์อย่างแท้จริง ขณะที่สายสัมพันธ์ยาวนานระหว่าง Clapton กับแชสซีคันนี้ยิ่งเพิ่มน้ำหนักเชิงวัฒนธรรม ทำให้รถกลายเป็นจุดบรรจบอันโดดเด่นระหว่างประวัติศาสตร์ยานยนต์คลาสสิกและตำนานร็อกแอนด์โรล
ใต้ฝากระโปรง ม้าลำพองคันนี้ติดตั้งเครื่องยนต์ V-12 แบบสี่แคม ขนาด 3.3 ลิตร กำลัง 300 แรงม้า ซึ่งคอนฟิกขุมพลังชุดนี้ถูกยกให้เป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำหรับใช้งานบนถนนที่ทรงสมรรถนะและเป็นที่ต้องการมากที่สุดที่แบรนด์เคยสร้างขึ้นในยุคนั้น เครื่อง V-12 แบบไร้ระบบอัดอากาศให้ทั้งซาวด์เครื่องยนต์และคาแรกเตอร์การขับขี่ที่เป็นลายเซ็นชัดเจน ซึ่งเหล่านักสะสมสายเพียวริสต์ต่างถวิลหาจาก grand tourer ยุคมิดเซนจูรี
การหลอมรวมกันระหว่างไทม์ไลน์เจ้าของระดับท็อปกับจุดกำเนิดจากสนามแข่งในแอฟริกายิ่งขับเน้นมูลค่าเชิงเนื้อแท้ของคูเป้คันนี้ ผู้ซื้อแทบไม่เคยได้เจอรถคลาสสิกที่มีร่องรอยเส้นทางระดับนานาชาติอันมีเอกลักษณ์เช่นนี้ สำหรับนักสะสมระดับหัวกะทิทั่วโลก การผสานกันของโทนสีเงินไร้ที่ติ สเปกสมรรถนะที่จริงจัง และประวัติความเป็นเจ้าของโดยร็อกสตาร์ระดับราชวงศ์ ทำให้รถคันนี้กลายเป็นโอกาสครอบครองที่แทบไม่มีอะไรเทียบได้ในตลาดรถคลาสสิกปัจจุบัน


















