Audemars Piguet เปิดตัว Royal Oak Offshore Chronograph รุ่นใหม่ แต่งสีซัมเมอร์พร้อมลุย
มีให้เลือกทั้งตัวเรือน 42 มม. และ 37 มม.
สรุป
- Audemars Piguet เปิดตัวนาฬิกา Royal Oak Offshore Chronograph โฉมซัมเมอร์รุ่นใหม่ ในขนาด 42 มม. และ 37 มม.
- รุ่น 42 มม. โดดเด่นด้วยดีเทลสีชมพู ฟ้าเทอร์คอยซ์ เหลือง และส้มสดจัดจ้าน ขับเคลื่อนด้วยเครื่อง Calibre 4404
- ไลน์ 37 มม. เปิดตัวเครื่อง Calibre 6401 เป็นครั้งแรก มาพร้อมตัวเรือนไทเทเนียม พิงก์โกลด์ และขอบตัวเรือนประดับเพชร
มาได้จังหวะพอดีเพื่อถ่ายทอดพลังซัมเมอร์อันสดใสอาบแสงแดดอย่างเต็มที่ Audemars Piguet เปิดตัวไลน์นาฬิกาโฉมใหม่ล่าสุดของ Royal Oak Offshore Selfwinding Chronograph. คอลเล็กชันนี้สะท้อนจิตวิญญาณอิสระแบบไม่เกรงใจใคร รุ่นใหม่เหล่านี้คือการเฉลิมฉลองสไตล์สุดกล้าบ้าบิ่นที่เคยทำให้ Offshore ได้ฉายา “Beast” อันเลื่องชื่อเมื่อเปิดตัวครั้งแรกในปี 1993 ไม่ว่าจะเป็นขนาด 42 มม. หรือ 37 มม. AP ผสานวัสดุแข็งแรงตัดกันอย่างมีมิติ เข้ากับวิศวกรรมล้ำสมัย ชวนให้ผู้สวมใส่ออกเดินตามเสียงเรียกของท้องทะเลเปิดและใช้ชีวิตในจังหวะโลดโผนเร้าใจอย่างไม่หยุดนิ่ง
Royal Oak Offshore Selfwinding Chronograph ขนาด 42 มม. คือตัวแทนของความกล้าและจิตวิญญาณนักผจญภัยอย่างแท้จริง ได้แรงบันดาลใจจากเรือแข่งออฟชอร์สมรรถนะสูงที่ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ดั้งเดิมของ Emmanuel Gueit หน้าปัด Méga Tapisserie อันเป็นเอกลักษณ์ถูกปลุกให้มีชีวิตด้วยเฉดสีชมพู ฟ้าเทอร์คอยซ์ เหลือง และส้มสุดสะดุดตา สะท้อนภาพแดชบอร์ดสุดคึกคักของเครื่องจักรความเร็วผ่านเทคนิคการพิมพ์สุดไฮเทค เฉดสีสุดไดนามิกเหล่านี้ลากเส้นไปตามสเกลทาคีมิเตอร์และเคาน์เตอร์จับเวลา ณ ตำแหน่ง 9 และ 12 นาฬิกา เติมแสงให้หน้าปัด ขณะเดียวกันตัวเลขอารบิกขนาดโอเวอร์ไซส์ยิ่งตอกย้ำคาแรกเตอร์สปอร์ตดุดันของเรือนเวลา
มีให้เลือกสามเวอร์ชันชัดเจน ตั้งแต่รุ่นสเตนเลสสตีลแต่งดีเทลชมพู รุ่นไทเทเนียมสีเทาเข้มตัดเหลืองและฟ้าเทอร์คอยซ์ ไปจนถึงรุ่นสตีลโทนเงินแบบโมโนโครมที่ปลุกพลังด้วยดีเทลสีส้ม ทุกรุ่นมาพร้อมสายหนังลูกวัวเท็กซ์เจอร์สวยแบบถอดเปลี่ยนได้ แมตช์โทนสีจัดจ้านของตัวเรือนได้อย่างลงตัว ภายในขับเคลื่อนด้วยเครื่อง Calibre 4404 กลไกโครโนกราฟฟลายแบ็กแบบอินทิเกรต ที่ให้พลังงานสำรองยาวนาน 70 ชั่วโมง และสามารถชมการทำงานอย่างเต็มตาผ่านฝาหลังแซฟไฟร์ เผยให้เห็นคอลัมน์วีลสุดประณีตและโรเตอร์พิงก์โกลด์ 22 กะรัตอันโดดเด่น ราคาสำหรับรุ่น 42 มม. อยู่ที่ 33,600 ฟรังก์สวิส (ประมาณ 42,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ)
ขยับเข้าสู่สัดส่วนที่กะทัดรัดขึ้นแต่ยังคงคาแรกเตอร์จัดจ้านไม่แพ้กัน Royal Oak Offshore Selfwinding Chronograph ขนาด 37 มม. คือก้าวกระโดดสู่ความโมเดิร์นอย่างน่าตื่นเต้น เป็นครั้งแรกในไซซ์นี้ที่คอลเล็กชันใช้ตัวเรือนไทเทเนียม มอบความเบาสบายหรูบนข้อมือ เคสทรงโค้งรับสรีระมาพร้อมขอบตัวเรือนที่ไล้เส้นจากตำแหน่ง 6 ไปถึง 12 นาฬิกาอย่างลื่นไหล และการออกแบบการ์ดปุ่มกดขึ้นรูปใหม่ให้มีเหลี่ยมมุมขัดเงาที่เชื่อมต่อกับตัวเรือนกลางอย่างสวยงาม หน้าปัดคือวิวัฒนาการสุดเนี้ยบของลาย Tapisserie คลาสสิก ด้วยช่องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ขึ้น ตกแต่งด้วยเข็มทรง bathtub ดีไซน์ใหม่ และหลักชั่วโมงเรืองแสงสุดเนียนที่เปล่งประกายสีเขียวในความมืด ความงามระดับงานศิลป์รออยู่ในสามตัวเลือก: รุ่นไทเทเนียมสีฟ้าเทอร์คอยซ์อารมณ์เบาสบาย รุ่นไทเทเนียมสีชมพูสดกรอบด้วยขอบตัวเรือนสเตนเลสสตีลประดับเพชรระยิบระยับ และรุ่นพิงก์โกลด์ 18 กะรัตสุดหรูที่ส่องสว่างด้วยขอบเพชรและหน้าปัดสีฟ้าอ่อน
หัวใจสำคัญของรุ่นเหล่านี้คือการเปิดตัว Calibre 6401 กลไกโครโนกราฟแบบอินทิเกรตคอลัมน์วีลระบบขึ้นลานอัตโนมัติรุ่นใหม่ ที่เข้ามาแทนเครื่องรุ่นเดิมที่ Manufacture ใช้งานมายาวนานเกือบสามทศวรรษ กลไกนี้พัฒนาขึ้นภายในโรงงานทั้งหมดตลอดระยะเวลากว่า 5 ปี โดดเด่นด้วยความบางที่ลดลงและระบบคลัตช์แนวตั้งที่ตอบสนองฉับไว มอบพลังงานสำรอง 55 ชั่วโมง พร้อมโชว์โรเตอร์พิงก์โกลด์ 22 กะรัตโทนโรเดียมให้ชมผ่านฝาหลังแซฟไฟร์โปร่งใส ราคาวางไว้ระหว่าง 36,300 – 54,100 ฟรังก์สวิส (ประมาณ 41,100 – 68,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ) ขึ้นอยู่กับวัสดุและการประดับอัญมณี มาพร้อมสายยางถอดเปลี่ยนได้ประทับโมโนแกรม AP ด้านใน เชิญชวนให้ตรงไปที่ เว็บไซต์ทางการของ AP เพื่อชมรายละเอียดเพิ่มเติม

















