ซาวด์แทร็ก ‘Ghost in the Shell: Stand Alone Complex’ และออริจินัลสกอร์ ‘Innocence’ เตรียมออกวินิลหน้าร้อนนี้
ต้อนรับซีรีส์ Ghost in the Shell ภาคใหม่ที่กำลังจะฉายเดือนกรกฎาคมนี้ FlyingDog เตรียมออกวางจำหน่ายอัลบั้ม ‘SAC’ ทั้ง 5 ชุด และซาวด์แทร็ก ‘Innocence OVA’ ในรูปแบบแผ่นเสียงไวนิล แบ่งเป็นสองรอบวางจำหน่าย.
สรุป
- FlyingDog เตรียมวางจำหน่าย Ghost in the Shell: Stand Alone Complex O.S.T+ ในรูปแบบแผ่นเสียงไวนิล 2 แผ่น ในวันที่ 22 กรกฎาคม ต่อด้วย Innocence Original Soundtrack ในรูปแบบแผ่นเสียงไวนิล 1 แผ่น ในวันที่ 26 สิงหาคม
- ทั้งสองแผ่นจัดคิววางจำหน่ายให้สอดรับกับ Ghost in the Shell ซีรีส์ภาคใหม่ที่มีกำหนดออกอากาศในเดือนกรกฎาคมนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่ซาวด์แทร็กทั้งสองชุดได้ออกในรูปแบบแผ่นเสียงไวนิล
- เพื่อเฉลิมฉลองการวางจำหน่ายครั้งนี้ FlyingDog จะอัปโหลดเพลงคัดพิเศษ 14 เพลงลงช่อง YouTube ทางการ สัปดาห์ละชุด โดยเพลงแรกสามารถฟังได้แล้วตอนนี้
ผลงานซาวด์แทร็กของ Yoko Kanno อย่าง Ghost in the Shell: Stand Alone Complex ใช้เวลากว่า 20 ปีพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นดนตรีที่คู่ควรกับการออกแผ่นเสียงไวนิลอย่างแท้จริง และในที่สุด FlyingDog ก็ออกมาตอบรับการรอคอยนั้น The Ghost in the Shell: Stand Alone Complex O.S.T+ จะออกในรูปแบบแผ่นเสียงไวนิล 2 แผ่น วันที่ 22 กรกฎาคม ตามด้วย Innocence Original Soundtrack ของ Kenji Kawai ในรูปแบบไวนิล 1 แผ่น วันที่ 26 สิงหาคม ทั้งสองแผ่นมาก่อนการออกอากาศซีรีส์ Ghost in the Shell ภาคใหม่ในเดือนกรกฎาคม เปิดโอกาสให้ทั้งแฟนยุคแรกและผู้ฟังรุ่นใหม่ได้กลับไปสัมผัสหนึ่งในงานดนตรีประกอบอนิเมะที่ออกแบบโครงสร้างอย่างทะเยอทะยานที่สุดอีกครั้งในฟอร์แมตที่ชัดเจนที่สุด
Ghost in the Shell: Stand Alone Complex ออกอากาศครั้งแรกในปี 2002 ทางเครือข่าย SKY Perfect Choice ยาวสองซีซันรวม 52 ตอน กำกับโดย Kenji Kamiyama และอำนวยการสร้างโดย Production I.G ซีรีส์นี้ไม่ได้ประสบความสำเร็จแค่ในญี่ปุ่น แต่ยังขึ้นอันดับเรตติ้งโทรทัศน์เคเบิลในสหรัฐฯ พาภาพของโลกอนาคตแนวไซเบอร์พังก์ที่ไร้รัฐชาติไปสู่ผู้ชมทั่วโลกในระดับที่มีอนิเมะไม่กี่เรื่องทำได้ ซาวด์แทร็กเป็นแรงขับสำคัญของการขยายฐานนั้น ดนตรีของ Kanno ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป็นฉากหลัง แต่กลายเป็นวัสดุในการสร้างโลก กำหนดโทนอารมณ์และเนื้อเสียงของอนาคตที่ฟังแล้วรู้สึกเป็นไปได้จริง
ภาษาดนตรีที่ Kanno รังสรรค์ขึ้นสำหรับ SAC นั้นละเอียดอ่อนจนควรค่าแก่การทำความเข้าใจอย่างเฉพาะเจาะจง การผสมผสานระหว่างความเรียบกระด้างและความละมุนละไมที่นิยามซาวด์แทร็กชุดนี้ เกิดจากการหลอมรวมดิจิทัลอิเล็กทรอนิกาเข้ากับโฟล์กยุโรปตะวันออก แจ๊ซ และร็อก พร้อมไลน์ร้องที่ลื่นไหลข้ามภาษา Russian, English และ Italian โดยไม่ยึดติดกับกรอบวัฒนธรรมใดวัฒนธรรมหนึ่ง ความหลายภาษานี้เป็นความตั้งใจชัดเจน เสียงร้องถูกใช้เพื่อสะท้อนสังคมอนาคตที่ไร้รัฐชาติและซับซ้อน โลกที่เส้นแบ่งด้านชาติและภาษาถูกทำให้พร่าเลือน กลายเป็นอะไรที่ทั้งไหลลื่นและชวนไม่สบายใจ เมื่ออยู่บนแผ่นเสียง ความซับซ้อนของเสียงเหล่านี้จะถูกถ่ายทอดในมิติที่ต่างออกไปจากบนซีดีหรือสตรีมมิง ความอบอุ่นของฟอร์แมตไวนิลเข้ากันอย่างลงตัวกับการเรียบเรียงหลายชั้นของ Kanno และให้รางวัลกับผู้ฟังที่ตั้งใจฟังในทุกรายละเอียด
การวางจำหน่าย Innocence ชุดนี้เพิ่มน้ำเสียงอีกมิติหนึ่งให้คอลเลกชัน OVA ปี 2004 ที่กำกับโดย Mamoru Oshii เรื่องนี้ถูกออกแบบให้เป็นงานคู่ขนานกับภาพยนตร์ต้นฉบับเรื่อง Ghost in the Shell มากกว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของ SAC ซีรีส์ และดนตรีประกอบของ Kenji Kawai ก็สะท้อนสายสัมพันธ์ตรงนั้นไว้อย่างชัดเจน ในขณะที่งานของ Kanno ขับเคลื่อนและลื่นไหลข้ามแนวเพลง วิธีที่ Kawai เข้าหา Ghost in the Shell เวอร์สที่เขารับผิดชอบนั้นเคร่งขรึมกว่า อาศัยโทนเสียงประสานและวงออร์เคสตราที่ทำให้ Innocence ซาวด์แทร็กชุดนี้มีน้ำหนักในเชิงพิธีกรรมมากขึ้น เมื่อมองรวมกัน แผ่นเสียงทั้งสองชุดช่วยคลุมทุกมิติของเสียงในจักรวาล Ghost in the Shell ตลอดบทสำคัญในเวอร์ชันแอนิเมชันของแฟรนไชส์นี้
ช่วงเวลาการวางจำหน่ายทั้งสองชุดถูกวางหมากมาอย่างพิถีพิถัน การมาของ Ghost in the Shell ซีรีส์ภาคใหม่ในเดือนกรกฎาคมนี้ กลายเป็นจังหวะทองในการพาผู้คนกลับมาเชื่อมต่อกับแฟรนไชส์อีกครั้ง ทั้งผู้ชมที่เพิ่งเข้ามาสัมผัสจักรวาลเรื่องนี้เป็นครั้งแรก และแฟนที่ติดตามมาตั้งแต่ปี 2002 การที่ FlyingDog เลือกอัปโหลดเพลงคัดพิเศษ 14 เพลงลงช่อง YouTube ทางการเป็นรายสัปดาห์ล่วงหน้าก่อนออกแผ่นเสียง ยังช่วยขยายฐานผู้ฟังออกไปอีก เปิดทางให้เข้าถึงดนตรีได้อย่างง่ายดายก่อนที่สินค้าจริงจะมาถึงมือ
โดย Ghost in the Shell: Stand Alone Complex O.S.T+ แบบแผ่นเสียงไวนิล 2 แผ่น จะวางจำหน่ายวันที่ 22 กรกฎาคม ต่อด้วย Innocence Original Soundtrack แบบแผ่นเสียงไวนิล 1 แผ่น ในวันที่ 26 สิงหาคม


















