หุ้น Kering ร่วง 9.3% รับแรงกดดันจาก Gucci ที่ยังอ่อนแรงในไตรมาส 1/2026
รายได้รวมของกลุ่มลักชัวรีสัญชาติฝรั่งเศสหดตัว 6.2% สะท้อนว่าการพลิกฟื้นแบรนด์เรือธง Gucci กำลังใช้เวลานานกว่าที่ตลาดคาดไว้
สรุปภาพรวม
-
หุ้น Kering ร่วงลง 9.3% มาที่ €254 หลังเปิดเผยว่ารายได้รวมไตรมาสแรกลดลง 6.2% เหลือ €3.57 พันล้าน
-
แบรนด์เรือธง Gucci มีรายได้ร่วง 14.3% (ลดลง 8% ในเชิงออร์แกนิก) เหลือ €1.35 พันล้าน สะท้อนว่ากระบวนการพลิกฟื้นแบรนด์เดินช้ากว่าที่คาดไว้
-
ขณะนี้นักลงทุนกำลังจับตางาน Capital Markets Day ของ Kering ที่จะมีขึ้น ซึ่งคาดว่า CEO คนใหม่ Luca de Meo จะออกมาเผยโรดแมปกลยุทธ์ “ReconKering” ของเขาอย่างเป็นทางการ
ภาคสินค้าลักชัวรียังคงเผชิญแรงต้านจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคอย่างหนัก และ Kering ก็กำลังรับแรงกระแทกโดยตรง หุ้นของกลุ่มลักชัวรีสัญชาติฝรั่งเศสร่วง 9.3% มาที่ €254 ในปารีส หลังรายงานผลประกอบการไตรมาสแรกที่น่าผิดหวัง แรงร่วงครั้งนี้ตอกย้ำว่าการฟื้นตัวที่ถูกจับตาจากแบรนด์ดาวเด่นอย่าง Gucci กำลังใช้เวลานานกว่าที่นักลงทุนคาดไว้ ขณะที่ภาพเศรษฐกิจโลกผันผวนและความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังยืดเยื้อ ยิ่งซ้ำเติมโจทย์ท้าทายของกลุ่มเข้าไปอีก
ตลอดสามเดือนแรกของปี 2026 Kering รายงานว่ารายได้รวมลดลง 6.2% เหลือ €3.57 พันล้าน แม้หากดูในแง่การเติบโตแบบออร์แกนิกจะทรงตัวไม่เปลี่ยน จุดถ่วงหลักของงบดุลคือ Gucci ที่รายได้ตามงบการเงินร่วง 14.3% เหลือ €1.35 พันล้าน (ลดลง 8% ในเชิงออร์แกนิก) แม้พอร์ตโฟลิโอของกลุ่มจะอัดแน่นด้วยแบรนด์แฟชั่นเบอร์ใหญ่ทั้ง Saint Laurent, Balenciaga และ Bottega Veneta แต่จุดสว่างอันน้อยนิดของไตรมาสนี้กลับกระจุกอยู่ที่ธุรกิจจิวเวลรีและแว่นตาเป็นหลัก
เมื่อการฟื้นตัวของตลาดลักชัวรีในภาพรวมที่นักวิเคราะห์เคยคาดว่าจะเห็นชัดในปี 2026 ยังไม่เกิดขึ้น สายตาจึงหันไปจับที่งาน Capital Markets Day ของ Kering ในเมืองฟลอเรนซ์ ตามมุมมองของนักวิเคราะห์จาก Citi อย่าง Thomas Chauvet ตัวเลขไตรมาสแรกถูกยกให้เป็นประเด็นรอง เมื่อเทียบกับความคาดหวังต่อโรดโชว์ “ReconKering” ที่ CEO คนใหม่ Luca de Meo เตรียมเปิดโรดแมปเชิงกลยุทธ์อย่างเป็นทางการ นักวิเคราะห์ยังเชื่อว่าการประคองราคาหุ้นของกลุ่มจะต้องอาศัยวินัยด้านต้นทุน การลดภาระหนี้ทางการเงิน และการขับเคลื่อนทิศทางสร้างสรรค์ของ Gucci ให้สำเร็จภายใต้การนำของDemna.
แรงสั่นสะเทือนที่ Kering เผชิญอยู่ในทันที สะท้อนภาพการชะลอตัวในวงกว้างของตลาดลักชัวรียุโรป คู่แข่งอย่าง Hermès ก็เห็นราคาหุ้นร่วง 8.2% หลังยอดขายไตรมาสแรกออกมาต่ำกว่าคาดแทบทุกหมวด ขณะที่ผู้นำอุตสาหกรรมอย่าง LVMH ยังพอประคองการเติบโตแบบออร์แกนิกไว้ได้เล็กน้อยที่ 1% ในไตรมาสแรก ส่งให้ราคาหุ้นทรงตัวพร้อมขยับขึ้นเพียง 0.1% ส่วน Richemont อ่อนตัวลง 1.9% ก่อนการประกาศผลประกอบการประจำปีในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้



















