Hublot “รีโหลด” ไอคอนเรือนเวลาอีกขั้น ในงาน Watches and Wonders 2026
เจาะครบทุกเรือน ตั้งแต่โครโนกราฟเซรามิกไฮเทค ไปจนถึงมูนเฟสแต่งแต้มประกายดาราราวท้องฟ้ายามราตรี
สรุป
- ที่งาน Watches and Wonders 2026 แบรนด์ Hublot ปรับโฉมเรือนเวลาไอคอนิกอีกขั้นผ่านคอลเล็กชัน Big Bang Unico Reloaded
- เผยโฉมผลงานคอลแลบกับ Mbappé และ Usain Bolt เคียงข้างนาฬิกา High Jewellery Big Bang Tourbillon Impact มูลค่าหลักล้านดอลลาร์
- ต่อด้วย Joyful Steel Purple และ Spirit of Big Bang Moonphase Impact ที่มาปิดไลน์อัปเรือนใหม่อย่างครบเครื่อง
ในงาน Watches and Wonders ปีนี้ Hublot ตอกย้ำปรัชญา “Art of Fusion” ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น งานจัดแสดงที่เจนีวาครั้งนี้ยังทำหน้าที่เป็นการเฉลิมฉลองสองวาระใหญ่ ทั้งครบรอบ 20 ปีของคอนเซปต์ “All Black” สุดล้ำ และครบรอบ 15 ปีของโลหะผสม Magic Gold ที่ทนรอยขีดข่วนเป็นพิเศษ หากปีก่อน ๆ โฟกัสอยู่ที่การถอดแบบรุ่นดั้งเดิมปี 2005 อย่างซื่อสัตย์ ปี 2026 คือเวลาที่ Manufacture หันมา “รีโหลด” ไอคอนของแบรนด์ใหม่หมด ปรับโครงสร้าง Big Bang Unico แบบโอเพ่นเวิร์กจากด้านในสู่ด้านนอก เพื่อดันงานเครื่องกลอินเฮาส์ให้กลายเป็นพระเอกของดีไซน์อย่างแท้จริง
Big Bang Reloaded
อาศัยแรงส่งจากการครบรอบ 20 ปีของ Big Bang รุ่น Big Bang Reloaded จึงกลายเป็นอีกก้าวของวิวัฒนาการเชิงเทคนิคในไลน์ Unico แบบโอเพ่นเวิร์ก คอลเล็กชันขนาด 44 มม. นี้เปรียบเสมือนแมนิเฟสโตด้านวัสดุ นำเสนอรุ่นผลิตถาวรที่ยกย่องความก้าวหน้าด้าน R&D สำคัญที่สุดของ Hublot ไม่ว่าจะเป็น Magic Gold โทนบรอนซ์ทนรอยขีดข่วน หรือเซรามิกไฮเทคเฉดน้ำเงินและเขียวเข้ม
โครงสร้างตัวเรือนยกระดับขึ้นด้วยขอบตัวเรือนแบบสองชั้นที่เน้นมิติสีตัดกันให้คมชัดกว่าเดิม ขณะที่หน้าปัดมัลติเลเยอร์ดีไซน์ใหม่เปิดมุมมองให้เห็นคาลิเบอร์โครโนกราฟฟลายแบ็กแบบอินทิเกรตได้ชัดเจนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน สมรรถนะขับเคลื่อนด้วยกลไก HUB1280 Unico ซึ่งเผยให้เห็น 4 จาก 5 นวัตกรรมจดสิทธิบัตรผ่านหน้าปัดโดยตรง รวมถึงคอลัมน์วีลด้านหน้าปัด Big Bang Reloaded มีราคา 24,000 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับเวอร์ชัน Titanium Ceramic และ 44,500 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับ Magic Gold
Big Bang Reloaded Kylian Mbappé
หลังทำหน้าที่แบรนด์แอมบาสเดอร์มาตั้งแต่ปี 2018 Hublot จึงเปิดตัวลิมิเต็ดเอดิชันคอลแลบกับไอคอนลูกหนัง Kylian Mbappé เป็นครั้งแรก รุ่นจำนวนจำกัด 200 เรือนนี้คือบทเรียนเรื่องความกล้าทันสมัย ผสาน 18K King Gold ขัดเงาที่สื่อถึงความทะเยอทะยาน เข้ากับเซรามิกสีขาวแบบไมโครบลาสต์ที่ให้ความรู้สึกคมชัด ดีไซน์สะท้อนตัวตนอย่างลึกซึ้งด้วยม็อตโต้ของนักเตะคำว่า “Trust Yourself” แกะสลักไว้ที่ตำแหน่งหกนาฬิกาบนขอบตัวเรือน และหมายเลข 10 อันเป็นเลขนำโชคของเขาที่ส่องประกายบนหน้าปัดสเกเลตันสีแอนทราไซต์แบบด้าน วางจำหน่ายที่ราคา 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ เรือนพิเศษนี้ขับเคลื่อนด้วยกลไกโครโนกราฟฟลายแบ็กสมรรถนะสูง HUB1280 Unico พร้อมพลังงานสำรอง 72 ชั่วโมง ให้จังหวะเร่งเร้าสมพลังของชื่อที่อยู่บนหน้าปัด
Big Bang Reloaded Usain Bolt
เพื่อฉลองเส้นทางกว่า 15 ปีเคียงข้างมนุษย์ที่เร็วที่สุดในโลก Big Bang Reloaded Usain Bolt จึงมาในฐานะซิกเนเจอร์เอดิชันจำนวนจำกัด 200 เรือนที่รีโหลดตำนานของ Bolt ให้พลุ่งพล่านขึ้นอีกครั้ง ราคา 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ ตัวเรือนขนาด 44 มม. ทำจากเซรามิกสีดำและคาร์บอนฟรอสต์ ด้านหน้าปัดซ่อนดีเทลลับไว้อย่างเก๋ไก๋ ระหว่างตำแหน่งหกถึงแปดนาฬิกา ตัวเลขจะเรียงเป็น 9.58 เพื่อคารวะสถิติโลกวิ่ง 100 เมตรปี 2009 ของเขาอย่างถาวร
ในจังหวะหลอมรวมความเร็วและมรดกอย่างมีบทกวี ฝาหลังบรรจุดินจริงจากลู่วิ่งซ้อมของ Usain ในจาเมกา อัดแน่นอยู่ในผลึกแซฟไฟร์ทรงสายฟ้าเรืองรอง นาฬิกาเรือนนี้ยังถ่ายทอดทัศนคติของแชมป์โลกผ่านม็อตโต้ “Anything is Possible, Don’t Think Limits” ที่สลักรอบขอบตัวเรือน 18K yellow gold ขัดเงา
Big Bang Tourbillon Impact High Jewellery One Million
Hublot ดันเพดานไลน์ High Jewelry ของตัวเองขึ้นอีกขั้นด้วยเรือนเปล่งประกายนี้ ซึ่งนับเป็นสเตตเมนต์คู่ควรกับการฉลองครบรอบ 10 ปีของเทคนิคการฝังอัญมณีแบบ “Impact” เพชร 500 เม็ด (ราว 44.6 กะรัต) จากแหล่งที่มาด้านจริยธรรมถูกฝังด้วยมืออย่างพิถีพิถันลงบนตัวเรือน 18k white gold จัดวางเป็นวอร์เท็กซ์สามมิติพลิ้วไหวที่กระจายออกจากจุดศูนย์กลาง
และเป็นเพียงครั้งที่สองในประวัติศาสตร์แบรนด์ที่หยิบกลไกเซ็นทรัลฟลายอิงทูร์บิญองแบบสเกเลตันมาโชว์กลางเวที ความสำเร็จทางเทคนิคนี้ตัดโครงสะพานด้านบนออกไป เพื่อขับเน้นเสน่ห์เชิงภาพของคอมพลิเคชันให้เด่นชัดยิ่งกว่าเดิม กลไกไขลานด้วยมือ HUB9015 มอบพลังงานสำรองยาวนานถึง 120 ชั่วโมง ทำให้อ็อบเจ็กต์แห่งศาสตร์เวลาเรือนนี้ทรงพลังไม่แพ้ความล้ำค่า สมราคาป้าย 1,205,000 ดอลลาร์สหรัฐ
Big Bang One Click Joyful Steel Purple
ในฐานะสมาชิกเปล่งประกายล่าสุดของตระกูล Big Bang Joyful รุ่น Steel Purple ถ่ายทอดคาแรกเตอร์ผ่านโทนม่วง ซึ่งเป็นสีแห่งสัญชาตญาณและสมดุลภายใน ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 33 มม. ขัดซาตินสลับเงา โอบล้อมหน้าปัดสีขาวแวววาว ขอบตัวเรือนฝังอเมทิสต์คุณภาพเทียบเท่ากันทีละเม็ดรวม 36 เม็ด ดีไซน์ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ต้องการความยืดหยุ่นสูง ด้วยระบบเปลี่ยนสาย “One Click” สิทธิบัตรเฉพาะของ Hublot ที่ให้ผู้สวมใส่สลับระหว่างสายยางสีขาวแต่งดีเทลม่วง และสายยางสีขาวล้วนได้ด้วยการกดเพียงครั้งเดียว วางจำหน่ายที่ 15,500 ดอลลาร์สหรัฐ เรือนนี้ใช้กลไกอัตโนมัติ HUB1120 มอบพลังงานสำรอง 40 ชั่วโมง เพียงพอสำหรับการสวมใส่ทุกวันอย่างมั่นใจ
Spirit of Big Bang Moonphase Impact
หนึ่งทศวรรษหลังจาก Impact Bang รุ่นแรก Hublot นำสถาปัตยกรรมแบบแตกกระจายมาประยุกต์ลงบนตัวเรือนทรงตันโนขนาด 42 มม. จนสำเร็จเป็นการฝังเพชรลงในแซฟไฟร์โดยตรงครั้งแรกในประวัติศาสตร์แบรนด์ เศษชิ้นวัสดุแตกแยกพุ่งกระจายบนหน้าปัดและขอบตัวเรือน ใช้องค์ประกอบแปลกตาอย่าง crystallized osmium ซึ่งเป็นโลหะหายากที่สุดบนโลก สร้างประกายระยับราวจักรวาล
คอลเล็กชันนี้แบ่งเป็นสามลิมิเต็ดเอดิชัน ไล่ตั้งแต่เวอร์ชัน All Black ceramic สุดมินิมัล (100 เรือน) รุ่น Sapphire & Osmium โทนฟ้าดารดาษ (30 เรือน) ไปจนถึงรุ่น Sapphire Jewellery ที่สุดขั้วด้านเทคนิค (20 เรือน) โดยมีช่วงราคาตั้งแต่ 33,700 – 543,000 ดอลลาร์สหรัฐ หัวใจคือกลไกอัตโนมัติแบบสเกเลตัน HUB1770 ที่ขับการแสดงวันที่ขนาดใหญ่บริเวณหนึ่งนาฬิกา และมูนเฟสตำแหน่งหกนาฬิกาโคจรท่ามกลางเสี้ยวเรขาคณิตบนหน้าปัดอย่างมีจังหวะ





![Ulysse Nardin เปิดตัว [Super] Freak สุดยอดเรือนเวลาที่งาน Watches & Wonders 2026](https://image-cdn.hypb.st/https%3A%2F%2Fth.hypebeast.com%2Ffiles%2F2026%2F04%2Fulysse-nardin-super-freak-watches-and-wonders-2026-release-000.jpg?fit=max&cbr=1&q=90&w=750&h=500)













