Dyson เปิดตัว Supersonic Travel รุ่นใหม่ เล็กลงแต่แรงเท่าเดิม

ไดร์เป่าผมสไตล์มินิมอลสำหรับสายบินบ่อยและสายฟิตเนส ตัวเครื่องกะทัดรัด รองรับแรงดันไฟฟ้าทั่วโลก และใช้ร่วมกับหัวแม่เหล็กเดิมของ Supersonic ได้ครบ

เทคโนโลยีและแกดเจ็ต
1.2K 0 ความคิดเห็น

สรุป

  • มาพร้อมดีไซน์เพรียวบางมินิมอล มีขนาดเล็กลง 32 เปอร์เซ็นต์ และน้ำหนักเบาลง 25 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับรุ่นดั้งเดิมปี 2016
  • มาพร้อมเทคโนโลยี Universal Voltage ที่ปรับแรงดันไฟฟ้าให้เข้ากับมาตรฐานสากลตั้งแต่ 100V ถึง 240V ได้โดยอัตโนมัติ
  • ยังคงรองรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์จัดแต่งทรงผมแบบแม่เหล็กทั้งหมดใน Ecosystem ของ Supersonic ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

Dyson ตอกย้ำความเป็นผู้นำในโลกบิวตี้และกรูมมิ่งระดับไฮเอนด์อีกครั้งด้วยการเปิดตัว Supersonic Travel. รุ่นไซซ์มินินี้ย่อส่วนไดร์เป่าผมเรือธงของแบรนด์ให้กลายเป็นแก็ดเจ็ตพกพาสุดคล่องตัว ตอบโจทย์ทั้งสายบินบ่อยและสายฟิตเนส วางจำหน่ายในราคา 299.99 ดอลลาร์สหรัฐ โดยลดสัดส่วนตัวเครื่องลง 32 เปอร์เซ็นต์ และน้ำหนักลง 25 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับรุ่นดั้งเดิม ส่งผลให้กลายเป็นไอเท็มที่เก็บใส่กระเป๋าได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องยอมแลกกับประสิทธิภาพระดับพรีเมียม

ไฮไลต์ของการอัปเกรดอยู่ที่เทคโนโลยี Universal Voltage แบบบิลต์อิน ที่สามารถปรับเข้ากับมาตรฐานไฟฟ้าทั่วโลกตั้งแต่ 100 ถึง 240 โวลต์ได้โดยอัตโนมัติ ตัดปัญหาต้องพกหม้อแปลงขนาดเทอะทะเมื่อต้องบินข้ามประเทศ ระบบควบคุมความร้อนอัจฉริยะยังคงเป็นหัวใจของดีไซน์ โดยตรวจวัดอุณหภูมิของลมเป่ามากกว่า 100 ครั้งต่อวินาทีเพื่อคุมระดับความร้อนและปกป้องความเงางามของเส้นผม ผลทดสอบภายในชี้ว่าตัวเครื่องช่วยให้ผมเงางามขึ้นถึง 138 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับการปล่อยให้แห้งเองตามธรรมชาติ แก้โจทย์ผมพังจากไดร์แรงจัดในโรงแรมระหว่างทริปได้อย่างอยู่หมัด

ฟังก์ชัน Backward Compatibility ยังเชื่อม Ecosystem ระหว่างอุปกรณ์ใช้งานที่บ้านและเวอร์ชันพกพาให้ลื่นไหล ผู้ใช้สามารถสลับใช้ดิสฟิวเซอร์ หวีซี่ห่าง และหัวเป่าจัดทรงชิ้นโปรดจาก Supersonic หรือ Nural รุ่นก่อนหน้าเข้ากับรุ่น Travel ได้โดยตรง เพื่อต้อนรับการเปิดตัว ล็อตแรกในเฉด Ceramic Pink และ Rose Gold มาพร้อมกระเป๋าพกพาในเซ็ตมูลค่า 60 ดอลลาร์สหรัฐให้ฟรี เพิ่มทั้งประสบการณ์การแกะกล่องให้ลักชัวรีขึ้น และช่วยปกป้องไอเท็มชิ้นลงทุนสำหรับสายบิวตี้ที่ต้องเดินทางตลอดเวลา

การเปิดตัวเชิงกลยุทธ์ครั้งนี้ยังสะท้อนการเปลี่ยนผ่านเชิงวัฒนธรรมในตลาดกรูมมิ่งลักชัวรีสำหรับแบรนด์อย่าง Dyson ที่ทำให้บิวตี้แก็ดเจ็ตระดับพรีเมียมไม่ใช่แค่ของประจำโต๊ะเครื่องแป้ง แต่กลายเป็นไอเท็ม EDC (Everyday Carry) ชิ้นหลักในชีวิตประจำวันมากขึ้น นักเดินทางยุคใหม่ต่างไม่ยอมลดมาตรฐานรูทีนจัดแต่งทรงผมแม้จะต้องบินข้ามหลายทวีป การทดสอบความทนทานอย่างเข้มข้นการันตีว่าตัวเครื่องพร้อมรับมือทุกสถานการณ์การเดินทาง ตั้งแต่การตกหล่น การถูกกดทับ ไปจนถึงการสั่นกระแทกในกระเป๋าเดินทาง ส่งผลให้แก็ดเจ็ตไซซ์จิ๋วแต่พลังแรงชิ้นนี้ถูกวางตัวเป็นอัปเกรดที่ต้องมีสำหรับคนที่มองหาการดูแลเส้นผมแบบไร้ข้อจำกัด ไม่ว่าปลายทางจะอยู่ที่ไหนก็ตาม

อ่านบทความเต็ม
 

แหล่งที่มา