ไว้อาลัย Celeste Dupuy-Spencer จิตรกรชาวอเมริกัน เสียชีวิตแล้วในวัยเพียง 46 ปี
ระลึกถึงผลงานภาพวาดอันอ่อนโยน ชวนไม่สบายใจ และแสนใกล้ชิด ที่ปลุกเร้า “ความเห็นอกเห็นใจต่อความเป็นมนุษย์”
สรุป
- ศิลปินจิตรกรชาวอเมริกัน Celeste Dupuy-Spencer เสียชีวิตเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2026 ด้วยวัยเพียง 46 ปี
- Dupuy-Spencer เป็นที่รู้จักจากภาพวาดที่ถ่ายทอดชีวิตแบบอเมริกันอย่างไม่ประนีประนอม ท่ามกลางความปั่นป่วนทางสังคมและการเมือง
- Jeffrey Deitch gallery ซึ่งเป็นผู้ประกาศข่าวการเสียชีวิต จะจัดนิทรรศการรำลึกถึงศิลปินที่พื้นที่ของแกลเลอรีในลอสแอนเจลิสภายในสัปดาห์นี้
Celeste Dupuy-Spencer, จิตรกรผู้แปรเปลี่ยนจุดกดดันทางการเมืองให้กลายเป็นการเผชิญหน้าภายในใจอันลึกซึ้ง เสียชีวิตเมื่ออายุได้ 46 ปี ที่บ้านพักของเธอในลอสแอนเจลิสเมื่อวันที่ 10 เมษายน ข่าวดังกล่าว ซึ่งไม่ได้เปิดเผยสาเหตุการเสียชีวิต ถูกประกาศในเช้าวันถัดมาโดย Jeffrey Deitch gallery
ผลงานของ Dupuy-Spencer บันทึกทั้งความประหลาดหลุดกรอบและรอยแตกร้าวที่สะท้อนจิตสำนึกของชาติอันเต็มไปด้วยความย้อนแย้ง ตัวละครในภาพของเธอบางครั้งอ่อนโยน บางครั้งชวนไม่สบายใจ ถูกระบายด้วยฝีแปรงกระชากเร่งเร้า วางพวกเขาให้อยู่กับความจริงทางการเมืองที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้า
ผลงานที่เป็นที่รู้จักที่สุดของเธอคือ “Don’t You See That I Am Burning” (2020) ฉากเหตุจลาจลเมื่อวันที่ 6 มกราคมในกรอบรูปขนาดเจ็ดฟุตจัตุรัสที่เร้าอารมณ์ เต็มไปด้วยปืน ธงฝ่าย Confederate และฝูงชนอันดุเดือดที่กรูกันหน้ารัฐสภา ผลงานชิ้นนี้เผยให้เห็นสายตาอันเปี่ยมความเข้าอกเข้าใจและเร่าร้อนของ Dupuy-Spencer ที่มีต่อจุดเดือดทางการเมือง ซึ่งยังสะท้อนให้เห็นได้ใน “Back to Where the Start Ended (‘A Greeting to You from the Mud’)” (2024) ที่ถ่ายทอดภาพการโจมตีทางอากาศของ Israel ใน Gaza และ “Sarah” (2017) ฉากข้างเตียงอันใกล้ชิดกับอดีตคนรัก
“เธอมองตรงไปยังทุกสิ่งที่พวกเราเองต่างหวาดกลัว ใช้ทั้งชีวิตทำเป็นมองข้าม ปฏิเสธ เลื่อนผ่านหน้าจอ แกล้งทำเป็นว่ามันไม่เคยมีอยู่จริง” Nina MacLaughlin นักเขียนผลงานหนังสือเปิดตัวเล่มใหม่ของ Dupuy-Spencer กล่าวถึงเธอในหนังสือชื่อ Burning in the Eyes of the Maker. “เธอมองมันเต็มตา แล้วก็พาเราให้มองตามด้วย”
Dupuy-Spencer เกิดที่ New York ในปี 1979 เติบโตที่ Rhinebeck และศึกษาศิลปะที่ Bard College แม้เธอจะไม่เคยเรียนจบปริญญา BFA อย่างเป็นทางการ แต่ช่วงเวลาที่เรียนอยู่ทำให้เธอได้รู้จักและเชื่อมต่อกับบุคคลสำคัญในวงการศิลปะ เช่น อาจารย์ Nicole Eisenman และ Amy Sillman
ต่อมาเธอย้ายไปอยู่ New Orleans พักอาศัยและทำงานในศูนย์บำบัด ฟื้นตัวจากภาวะการเสพติด ช่วงนั้นเธอหมดไฟกับศิลปะ แต่แล้วด้วยแรงผลักดันชั่ววูบ เธอก็ย้ายมา Los Angeles ที่ซึ่งเธอได้พบกับเจ้าของแกลเลอรี Nino Mier ขณะเดียวกัน Mier ก็ “ตกหลุมรักผลงานของเธอทันที” และจัดนิทรรศการเดี่ยวให้เธอในปี 2016 ซึ่งขายหมดเกลี้ยง กลายเป็นจุดระเบิดเส้นทางสู่ชื่อเสียงของเธออย่างรวดเร็ว
ในปีถัดมา เธอเป็นหนึ่งในจิตรกรไม่กี่คนที่ได้ร่วมแสดงในงาน 2017 Whitney Biennial ซึ่งเน้นงานประติมากรรมเป็นหลัก ต่อมาในปี 2018 เธอได้รับเชิญให้เข้าร่วมงาน Made in L.A. biennial ของ Hammer Museum โดยภัณฑารักษ์ประจำครั้งนั้น Anne Ellegood ได้ กล่าวถึง เธอว่าเป็น “หนึ่งในจิตรกรตัวแทนศิลปินรุ่นนี้”
แม้งานของเธอจะถักทอเอาความสยอง ความโกรธ และความโหยหาของชีวิตร่วมสมัยเข้าไว้ด้วยกัน แต่ความรักและความอ่อนโยนก็ทรงพลังไม่แพ้กัน “สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นในงานของฉันคือความรู้สึกเห็นอกเห็นใจ ไม่ใช่ในแบบน่าสงสาร แต่เป็นความเอื้ออาทรต่อความเป็นมนุษย์” Dupuy-Spencer เคยเล่าไว้กับ Whitney Museum
ภายหลังการจากไปของเธอ Jeffrey Deitch gallery เตรียมจัดแสดงผลงานชุดล่าสุดของศิลปินในพื้นที่แกลเลอรีที่ลอสแอนเจลิสภายในสัปดาห์นี้ เพื่อเป็นการสดุดี



















