จากรันเวย์ Miu Miu สู่ซาวนด์แทร็ก World Baseball Classic: YEONJUN ทำได้ทุกอย่าง

From the Miu Miu Runway to the World Baseball Classic Soundtrack, YEONJUN Can Do It All tomorrow x together
Courtesy of MLB

ยิ่งสายสัมพันธ์ระหว่างกีฬากับแฟชั่นแน่นแฟ้นขึ้นเท่าไร Major League Baseball ก็ยิ่งขยับตัวครั้งใหญ่เพื่อเชื่อมสองโลกนี้เข้าหากันมากขึ้นเท่านั้น ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ MLB ลงมือคิวเรตซาวนด์แทร็กขึ้นมาเพื่อซัพพอร์ตงาน World Baseball Classic ประจำปีของลีกเอง และสำหรับบทใหม่ในปี 2026 MLB ตั้งใจจะดันเอเนอร์จี้ในสนามให้พุ่งทะลุจอ จึงคัดสรรไลน์อัปศิลปินระดับนานาชาติอย่าง Tainy, Becky G, Fujii Kaze, Myke Towers, YEONJUN และ Young Miko มาร่วมส่งเสียงและพลังของตัวเองสู่เวทีสุดยิ่งใหญ่ประจำปีนี้

การบรรจบกันของโลกกีฬาและแฟชั่นในครั้งนี้คือสิ่งที่ Uzma Rawn Dowler ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดและรองประธานอาวุโสฝ่าย Global Corporate Partnerships ของ MLB คุ้นเคยเป็นอย่างดี และถือเป็นหัวใจสำคัญที่คอยกำหนดทิศทางโปรเจกต์สร้างสรรค์นี้ตั้งแต่ต้น

“การได้ร่วมงานกับครีเอทีฟวิชั่นนารีอย่าง Tainy ในการโปรดิวซ์ออริจินัลซาวนด์แทร็กชุดแรกของเรา ทำให้เราสามารถดึงพลังของโลกกีฬาและดนตรีเข้าหากันมากขึ้น เพื่อเชื่อมต่อกับแฟน ๆ ในระดับวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งกว่าเดิม” Dowler อธิบายในแถลงข่าว “การรวมอิทธิพลของศิลปินมากความสามารถจากทั่วโลกไว้ด้วยกัน ช่วยให้เราขยายคลื่นพลังของทัวร์นาเมนต์ครั้งนี้ และโชว์สปิริตอันมีชีวิตชีวาที่นิยามคำว่าเบสบอลสมัยใหม่ได้อย่างชัดเจน”

ซาวนด์แทร็ก World Baseball Classic ชุดเปิดตัวนี้ถูกโปรดิวซ์แบบทั้งชุดโดย Tainy แต่แม้จะมีเพียงสามแทร็กก็อัดแน่นไปด้วยพลัง บนฐานดีเอ็นเอที่เป็นโกลบอลเต็มตัว ด้วยการมีส่วนร่วมของศิลปินห้าคนจากทั่วโลก โปรเจกต์หลายภาษานี้พาเราล่องไปมาระหว่างภาษาญี่ปุ่น เกาหลี สเปน และอังกฤษ ถ่ายทอดเอเนอร์จี้ของทัวร์นาเมนต์ระดับโลกออกมาเป็นแพ็กเกจเสียงที่สัมผัสได้อย่างชัดเจน

Young Miko ศิลปินจาก Puerto Rico ยังคงไต่ลำดับขึ้นสู่แถวหน้าต่อไป พร้อมปล่อยแทร็กใหม่ “MVP” เข้าร่วมไลน์อัป เพลง trap-pop เพลงนี้หยั่งรากในมรดกทางวัฒนธรรมของ Puerto Rico อย่างชัดเจน และได้แรงบันดาลใจโดยตรงจากความรักในกีฬาเบสบอลของบ้านเกิด ขณะที่ศิลปินชาวญี่ปุ่นอย่าง Fujii Kaze ส่ง “My Place” เข้ามาเสริม โดยหยิบเอามรดกแชมป์ระดับตำนานของญี่ปุ่นมาเป็นแกนกลางของเพลง

จุดศูนย์กลางของสามแทร็กนี้คือ “anthem track” ที่ได้ Becky G, Myke Towers และ YEONJUN จาก TOMORROW X TOGETHER มาร่วมฟีเจอริง หลังจากเพิ่งเดบิวต์บนรันเวย์ของ Miu Miu สด ๆ ร้อน ๆ ไอดอล K-pop คนดังจึงมานั่งคุยกับ Hypebeast เพื่อเล่าลึกถึงบทบาทของเขาในเพลงพลังล้นอย่าง “Make It Count”


Hypebeast: เปิดประเด็นกันหน่อย การได้เป็นส่วนหนึ่งของโมเมนต์ข้ามวัฒนธรรมครั้งใหญ่ที่เชื่อมทั้งดนตรีและกีฬาเข้าด้วยกันแบบนี้ มีความหมายอย่างไรกับคุณ แล้วตอนที่ถูกทาบทามให้มาร่วมทำซาวนด์แทร็ก คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง?

YEONJUN: แม้ว่าดนตรีกับกีฬาจะขยับใจผู้คนในคนละรูปแบบ แต่ผมคิดว่าทั้งสองอย่างมีพลังเดียวกันในการทำให้เรากลายเป็นหนึ่งเดียวกัน นั่นคือเหตุผลที่การได้เป็นส่วนหนึ่งของซาวนด์แทร็ก MLB ชุดนี้เป็นเกียรติมากสำหรับผม และรู้สึกว่ามันมีความหมายยิ่งกว่าการเป็นแค่โปรเจกต์งานชิ้นหนึ่ง ผมยังจำได้ดีว่าหัวใจเต้นแรงแค่ไหนตอนที่ได้ยินข้อเสนอครั้งแรก ผมใส่หัวใจลงไปในงานชิ้นนี้เต็มที่ หวังว่าพลังงานตรงนี้จะส่งต่อไปถึงไม่เพียงแค่แฟน ๆ ของเราอย่าง MOA แต่ยังรวมถึงแฟนเบสบอลทั่วทุกมุมโลกด้วย

เล่าให้ฟังเพิ่มเติมหน่อยเกี่ยวกับจุดเริ่มต้นของ “anthem track” เพลงนี้ ไอเดียตั้งต้นคืออะไร?

เพราะ World Baseball Classic เป็นอีเวนต์ระดับโลกที่ผู้คนจากทั่วทุกประเทศได้ร่วมสนุกไปพร้อมกัน ตั้งแต่แรกเราเลยโฟกัสที่การถ่ายทอดบรรยากาศและเอเนอร์จี้โดยรวมของสนามออกมาผ่านเสียงเพลง มากกว่าจะไปยึดโยงกับทีมใดทีมหนึ่งโดยเฉพาะ เนื่องจากแทร็กนี้เป็นการร่วมงานกันอย่างคึกคักระหว่างผม Becky G และ Myke Towers สิ่งสำคัญคือสไตล์เฉพาะตัวของแต่ละคนต้องหลอมรวมเข้าหากันได้อย่างเป็นธรรมชาติ ผมเองก็พยายามใส่ตัวตนและไวบ์ของผมลงไปผ่านเนื้อเพลงภาษาเกาหลี

คุณต่อยอดไอเดียหรือมู้ดเริ่มต้นนี้ให้กลายเป็นเพลงที่สมบูรณ์ได้อย่างไร?

เมื่อรู้ดีว่าทัวร์นาเมนต์นี้มีความหมายแค่ไหนสำหรับเหล่านักกีฬา และต้องทุ่มเททำงานหนักเพียงใด ผมเลยอยากส่งต่อทั้งความเคารพและแรงซัพพอร์ตเหล่านั้นลงไปในเพลงนี้ ผมใช้เวลาคิดอยู่มากว่าจะทำอย่างไรให้ทำนองและเนื้อเพลงไปในทิศทางเดียวกับเอเนอร์จี้ในสนาม หวังว่าจะสร้างบางสิ่งที่รู้สึกยิ่งกว่าเพลงเชียร์ทั่วไปได้ ผมอยากให้แทร็กนี้เป็นสิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของผู้คนทุกครั้งที่พวกเขาดูเกมหรือกำลังตะโกนเชียร์อยู่บนอัฒจันทร์

เพลง anthem track นี้ทำให้คุณรู้สึกอย่างไร และมันปล่อยเอเนอร์จี้แบบไหนออกมา?

ผมยังจำได้ชัดเจนถึงความรู้สึกที่เอ่อล้นตอนที่ได้ฟัง “Make It Count” ครั้งแรก การนำสไตล์ดนตรีที่แตกต่างกันของ Becky G, Myke Towers และตัวผมเองมารวมกัน ก่อให้เกิดซินเนอร์จีที่พิเศษมากจริง ๆ ผมเชื่ออย่างแท้จริงว่าอะไรก็เป็นไปได้เมื่อผู้คนรวมตัวกัน และหวังว่าเพลงนี้จะช่วยส่งแรงบันดาลใจให้ผู้ฟังเดินหน้าตามความฝันของตัวเองต่อไป

ถ้าคุณ หรือ TOMORROW X TOGETHER ทั้งวง ได้ลงแข่งใน World Baseball Classic ชื่อทีมของคุณจะคืออะไร แล้วชุดยูนิฟอร์มจะหน้าตาแบบไหน?

สำหรับวงของเรา ผมคิดว่าคงเลือกชื่อประมาณ “The Dream Team” มันเรียบง่าย แต่สะท้อนไอเดียของผู้คนที่มารวมตัวกันด้วยเป้าหมายเดียวกัน และคอยผลักดันกันและกันให้เก่งขึ้น พลังของทีมแบบนั้นให้ความรู้สึกเป็น TOMORROW X TOGETHER มาก ๆ ส่วนยูนิฟอร์ม ผมคงรักษาลุคโดยรวมให้ดูคลาสสิกแบบชุดเบสบอลดั้งเดิม ดีไซน์สะอาดตาและเหนือกาลเวลา แต่จะแอบใส่ดีเทลเล็ก ๆ ที่มีความโมเดิร์นลงไป เพื่อให้ยังรู้สึกได้ว่าเป็นตัวเราอยู่

ถ้า anthem track เพลงนี้ถูกนับเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์หรือยุคใดยุคหนึ่งของ TOMORROW X TOGETHER ที่ปล่อยไปแล้ว มันจะไปอยู่ในยุคไหน และเพราะอะไร?

ผมรู้สึกว่าเพลงนี้มีดีเอ็นเอเดียวกับอัลบั้มที่ปล่อยเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาอย่าง The Star Chapter: TOGETHER ตอนที่ทำงานบนเพลง “Make It Count” ผมมักจะนึกถึงภาพนักกีฬา WBC ที่คอยซัพพอร์ตและพากันก้าวไปสู่เป้าหมายเดียวกันอยู่เสมอ เพราะอัลบั้มนั้นพูดถึงความหมายแท้จริงของคำว่า “การอยู่ร่วมกัน” หรือการเติบโตและเคลื่อนไปข้างหน้าร่วมกัน โปรเจกต์นี้เลยรู้สึกเหมือนเป็นการต่อยอดที่เป็นธรรมชาติมากของเมสเสจเดียวกัน

คุณอยากให้ผู้คนรู้สึกอย่างไรเมื่อได้ฟังเพลงนี้?

เหนือสิ่งอื่นใด ผมหวังว่าทุกคนที่ฟัง “Make It Count” จะค้นพบความกล้าที่จะเชื่อในศักยภาพของตัวเองให้ได้ บางครั้งอุปสรรคก็อาจดูใหญ่โตเกินรับไหว แต่ผ่านเอเนอร์จี้ของเพลงนี้ ผมอยากให้ทุกคนกลับมาโฟกัสที่ช่วงเวลาตอนนี้ และสนุกไปกับการเดินทาง แทนที่จะกังวลกับผลลัพธ์ ผมยังครีเอตแดนซ์ชาเลนจ์ที่มีท่าเต้นได้แรงบันดาลใจจากเบสบอลไว้ด้วย ให้ทุกคนได้สนุกไปพร้อมกับการฟังเพลงนี้

ปีนี้คุณมีโมเมนต์ใหญ่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย ทั้งที่เพิ่งจะเข้าสู่เดือนมีนาคมเท่านั้น เล่าให้ฟังได้ไหมว่าต่อจากนี้ยังมีอะไรอีกบ้างที่กำลังจะเกิดขึ้น?

มินิอัลบั้มชุดที่ 8 ของเรา 7TH YEAR: A Moment of Stillness in the Thorns กำลังจะปล่อยออกมาในเดือนเมษายนนี้ การคัมแบ็กครั้งนี้มีความหมายมากเป็นพิเศษ เพราะสมาชิกทุกคนของ TOMORROW X TOGETHER ได้ต่อสัญญา และพร้อมก้าวเข้าสู่บทใหม่ร่วมกันหลังจากเจ็ดปีแรก เราตื่นเต้นมากที่จะได้ปล่อยเพลงที่พาเราเจาะลึกเข้าไปในตัวตนและเรื่องราวเฉพาะของพวกเรายิ่งกว่าเดิม ผมเองก็ยังเตรียมตัวสำหรับการคัมแบ็กในฐานะศิลปินโซโล่ครั้งที่สองด้วย ดังนั้นปีนี้ยังมีอะไรอีกเยอะมากที่ทุกคนจะได้เห็น

การได้ร่วมงานกับ MLB ถือเป็นโมเมนต์คอลแลบระดับใหญ่ มีใครคนอื่นที่คุณเล็งไว้สำหรับการร่วมงานในปีนี้อีกไหม?

นี่เป็นคอลแลบที่น่าตื่นเต้นมาก ผมเลยสนุกกับการได้เป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์นี้จริง ๆ ผมคิดว่าเคมีที่คาดไม่ถึงแบบนี้แหละคือสิ่งที่ทำให้การคอลแลบพิเศษเสมอ ผมเปิดรับความท้าทายใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา และอยากผลักขอบเขตดนตรีของตัวเองให้ไกลออกไป แทนที่จะล็อกชื่อใครไว้ในใจ ผมกลับรู้สึกตื่นเต้นกับโอกาสใหม่ ๆ ที่จะได้ร่วมงานกับผู้คนและครีเอทีฟที่หลากหลายมากกว่า ปีนี้ยังมีเพลงใหม่ที่ผมเตรียมไว้รอปล่อยอยู่อีกเยอะ ฝากทุกคนรอติดตามกันด้วยนะครับ

Elaina Bernstein Editor

Elaina Lauren Bernstein is a New York-based writer and editor, overseeing Hypebeast's music vertical, Hypetrak. She handles both editorial and social coverage for Hypetrak, and served as the Deputy Editor for Summer 2025's Hypetrak Magazine — the first in 10 years. With a particular affinity for underground hip hop, she has racked up a wide range of interviews and cover stories, spanning A$AP Rocky, Larry June, Shaboozey, Leon Thomas, Rihanna, Brent Faiyaz, Jean Dawson, and Miguel, and has covered major music tentpole events including the Grammys and Coachella. The intersection of fashion and music guides her coverage as well.

0 ความคิดเห็น
 

คุณกำลังลองใช้เว็บไซต์เบต้าใหม่

แบ่งปันความคิดเห็นของคุณกับเรา มันจะช่วยให้ดีขึ้นสำหรับคุณ