Meta ปักหมุดถาวรบน Fifth Avenue เปิดแฟลกชิปสุดล้ำใจกลาง New York
ยักษ์ใหญ่เทคฯ เซ็นสัญญาเช่า 10 ปี ยกระดับป็อปอัพสโตร์สู่แฟลกชิปรีเทลเชิงวัฒนธรรมและประสบการณ์แบบจัดเต็ม
สรุป
- Meta ลงนามสัญญาเช่าระยะยาวอย่างเป็นทางการกับ Vornado Realty Trust เพื่อเปิดร้านแฟลกชิปถาวรเต็มตัวในย่าน Manhattan
- พื้นที่รีเทลเชิงประสบการณ์เต็มรูปแบบแห่งนี้จะเน้นการทดลองใช้จริง ทั้งแว่นตา AI ของแบรนด์ และเฮดเซต Meta Quest
- โลเคชันนี้ออกแบบโดยอ้างอิงเอกลักษณ์ของย่านรอบข้าง และจะพัฒนาอย่างต่อเนื่องผ่านการคอลแลบกับศิลปินท้องถิ่น เพื่อเฉลิมฉลองวัฒนธรรม New York
Meta ปักธงใน Manhattan อย่างเต็มตัว ด้วยการประกาศอย่างเป็นทางการว่า Meta Lab NYC จะกลายเป็นแลนด์มาร์กถาวรบน Fifth Avenue หลังจากป็อปอัพสโตร์ประสบความสำเร็จ แบรนด์เทคจึงปิดดีลสัญญาเช่า 10 ปีกับ Vornado Realty Trust ยึดตึกเลขที่ 697 Fifth Avenue เป็นแฟลกชิปสโตร์เชิงประสบการณ์หลักของแบรนด์
โลเคชันถาวรแห่งใหม่นี้ทำหน้าที่เป็นโซนดิสคัฟเวอรีแบบ immersive สำหรับผู้บริโภค ภายใน ลูกค้าจะได้ทดลองสัมผัสนวัตกรรมล่าสุดด้านแว่นตา AI และดื่มด่ำไปกับโลกเสมือนจริงที่ขับเคลื่อนด้วยแพลตฟอร์ม Meta Quest แฟลกชิปแห่งนี้ก้าวข้ามภาพลักษณ์อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภคแบบเดิม ๆ แล้วหันมาโฟกัสไลฟ์สไตล์และการแสดงตัวตน โชว์ให้เห็นว่า wearable tech สามารถกลมกลืนไปกับกิจวัตรประจำวันได้อย่างเป็นธรรมชาติ
พื้นที่นี้หยิบแรงบันดาลใจด้านดีไซน์จากสภาพแวดล้อมรอบตัว และโคครีเอตร่วมกับศิลปินท้องถิ่นเพื่อสะท้อนธีมความคิดสร้างสรรค์เฉพาะตัว Meta Lab NYC จะไม่หยุดนิ่ง แต่จะอัปเดตอยู่เสมอ ในฐานะแพลตฟอร์มไดนามิกที่ใช้เฉลิมฉลองวัฒนธรรมนานาชาติและสไตล์ส่วนตัวอันเป็นเอกลักษณ์ของ New York City
“เราภูมิใจที่ได้สร้างความมุ่งมั่นระยะยาวบน Fifth Avenue ซึ่งเป็นหัวใจของรีเทลในสหรัฐฯ” Matt Jacobson VP และ Creative Director, Wearables แห่ง Meta กล่าว “แนวทาง experiential retail แบบ people-first ของเรา วางอยู่บนรากฐานของวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และการแสดงตัวตน ซึ่งกำลังผลักดันยอดขายและการรับรู้ที่มีนัยสำคัญให้กับ AI wearables ของเรา การวางแฟลกชิปสโตร์เคียงข้างแบรนด์ที่มีบทบาทกำหนดวัฒนธรรม จะทำให้ Meta Lab โดดเด่นต่างจากร้านอิเล็กทรอนิกส์คอนซูเมอร์แบบดั้งเดิม NYC คือบ้านที่ใช่ที่สุดสำหรับการสร้างนวัตกรรม และเราจะยังคงเฉลิมฉลองให้กับคอมมูนิตี้ไปพร้อมกับทำให้ผู้คนเข้าถึง ทดลอง และเข้าใจผลิตภัณฑ์ของเราได้ง่ายยิ่งขึ้น”
















