Oakley ฉบับ Matthew M. Williams
ครีเอทีฟไดเรกเตอร์คนใหม่สาย Apparel, Footwear และ Accessories นั่งคุยกับประธานแบรนด์ Caio Amato ว่าด้วยวิสัยทัศน์ใหม่และอนาคตของ Oakley.
เมื่อราวหนึ่งปีก่อน Oakley ขึ้นปกของHypebeast Magazineฉบับที่ 35 ในนิยามWavelength Issue.
ด้วยธีมที่โฟกัสไปที่กลุ่มครีเอทีฟซึ่งต่างวาดเส้นทางของตัวเองอย่างไร้คู่เปรียบ ภายใต้วิสัยทัศน์สร้างสรรค์อันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละคน ทำให้Wavelength Issueมองการสร้างโลกของตัวเองเหมือนเกลียวคลื่นที่เคลื่อนไหวไม่หยุด ส่งแรงสั่นสะเทือนไปทั่วกระแสวัฒนธรรมร่วมสมัย Oakley เคียงข้างอีกสองคัฟเวอร์สตาร์อย่าง Playboi Carti และ Kaytranada จึงกลายเป็นตัวอย่างชัดเจนว่าการเล่าเรื่องแบบอินสุดขั้ว ดิบจริง และเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวในยุคโมเดิร์นควรหน้าตาแบบไหน
ตลอดปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่Wavelength Issueวางแผง ก็พิสูจน์แล้วว่านี่คือหนึ่งในปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของ Oakley เมื่อแบรนด์ผลักวิสัยทัศน์สร้างสรรค์ให้ไปไกลสู่ดินแดนที่ยังไม่เคยถูกสำรวจอีกครั้ง ซัมเมอร์ที่ผ่านมา Travis Scott เข้ารับตำแหน่ง Chief Visionary Officer ของ Oakley ดันแบรนด์ให้พุ่งสู่จุดสูงสุดของความเกี่ยวข้องในวัฒนธรรมร่วมสมัย พร้อมเปิดฉากยุคใหม่ที่ยิ่งใหญ่ ทีม Oakley มองว่าอุดมการณ์ศิลปะที่มองไปข้างหน้าของ Scott สอดรับกับ DNA สปอร์ตแวร์ของแบรนด์อย่างไร้รอยต่อ จึงเลือกให้แร็ปเปอร์มัลติไฮฟ์เนตคนนี้เป็นคนแรกที่นั่งเก้าอี้นี้ โดยเขาดูแลเป็นพิเศษทั้งไลน์แว่นตาและเสื้อผ้า โฟกัสหลักคือการขัดเกลาแนวทางการเล่าเรื่องของแบรนด์ ขณะเดียวกันเขายังยุ่งสุดๆ กับการเปิดตัวโมเดลใหม่ ปลุกโมเดลในอาร์ไคฟ์ให้กลับมามีชีวิต และขยายการปรากฏตัวของ Oakley เข้าไปในพื้นที่ใหม่ๆ บนโลกคัลเชอร์
สัปดาห์ที่แล้ว Oakley ก็ประกาศว่าอีกหนึ่งคีย์เพลเยอร์ด้านวัฒนธรรมจะเข้ามาร่วมทีม นั่นคือ Matthew M. Williams พาร์ตเนอร์คนสนิทของ Scott ดีไซเนอร์แห่ง 1017 ALYX 9SM คนนี้ได้รับแต่งตั้งอย่างเป็นทางการให้เป็น Creative Director of Apparel, Footwear, and Accessories (หรือ AFA) ของ Oakley ซึ่งแน่นอนว่าจะยิ่งส่งให้แบรนด์แว่นตารายนี้ทะยานล้ำไปไกลหลายปีแสง
“สิ่งที่ผมคาดหวังจากการรวมพลังของ Travis และ Matthew คือความยิ่งใหญ่เท่านั้น” Caio Amato ประธานของ Oakley กล่าว “Travis กำลังช่วยพาเราไดรฟ์วิสัยทัศน์ของอนาคตที่เราไม่มีทางทำได้ด้วยตัวเอง และ Matthew ก็เข้ามาช่วยแปลงวิสัยทัศน์นั้นให้กลายเป็นชิ้นงาน ทั้งเกียร์และ AFA ที่ผู้คนอยากใส่จริงๆ”
Williams และ Amato นั่งคุยเอ็กซ์คลูซีฟกับ Hypebeast เพื่อเล่าว่ายุคใหม่ของ Oakley กำลังจะพาเราไปเจออะไรบ้าง
Matthew ในมุมของคุณเอง Oakley by Matthew M. Williams จะหน้าตาเป็นอย่างไร
MMW:ตื่นเต้น เร้าอารมณ์ ผมอยากให้มันสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนลุกออกไปทำกิจกรรมหรือเล่นกีฬา และใส่เสื้อผ้าที่เราสร้างขึ้น ผมอยากให้เจเนอเรชันต่อไปอินจนอยากลุกขึ้นมาสร้างสิ่งที่ “สมควรจะมีอยู่” จริงๆ เราทุกคนรู้ว่าผมหมายถึงอะไร ผมไม่อยากให้มันนิ่งทื่อหรือไร้มิติ
Caio ช่วยเล่าเพิ่มได้ไหมว่าทำไมถึงเลือก Matthew มารับบทนี้ อะไรคือคุณสมบัติหรือสกิลที่ทำให้คุณตัดสินใจดึงเขามาเป็น Creative Director of Apparel, Footwear, and Accessories ของ Oakley
CA:Matthew เก่งกาจมากในการแปลงความรู้สึกของผู้คนให้กลายเป็นโปรดักต์และเรื่องราว เราชื่นชมความสามารถของเขาในการทำให้สิ่งที่เป็นนามธรรมกลายเป็นของจับต้องได้ ในอุตสาหกรรมแบบเรา คนที่ทำสิ่งนี้ได้ดีจริงๆ หาได้ยากมาก นั่นคือสิ่งแรกที่ทำให้ Matthew เข้ามาใกล้กับเรา
อย่างที่สอง เขาเป็นคนที่ดีมากๆ เขาใจดีและเข้าอกเข้าใจคนอื่นอย่างเหลือเชื่อ สำหรับเรา ที่ Oakley การได้คนที่อยากคอลแล็บและสร้างอะไรบางอย่างร่วมกันบนวิสัยทัศน์เดียวกันอย่างจริงใจเป็นเรื่องสำคัญสุดๆ
ปัจจัยที่สามและสำคัญที่สุดคือ Matthew พกวิสัยทัศน์ที่ไปไกลกว่าบทบาท Creative Director ทั่วไป เขาเก่งเรื่องการสร้างโปรดักต์ เก่งเรื่อง sourcing เก่งเรื่อง merchandising รู้จักวัสดุสิ่งทอ และเก่งในการสร้างคอนเน็กชันทั่วโลก มุมมองแบบ 360 องศาต่ออุตสาหกรรมของเขาเหมาะมากกับแบรนด์อย่าง Oakley ที่ตั้งใจไล่ตามแนวคิดเรื่อง self-expression และเปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้แสดงตัวตนผ่านเกียร์และชิ้นงานของเรา
Matthew มีโมเดลอาร์ไคฟ์ เรเฟอเรนซ์ หรือยุคไหนของ Oakley เป็นพิเศษที่คุณอยากหยิบขึ้นมาต่อยอดไหม
MMW:มีอะไรให้ต่อยอดเยอะมาก ผมเพิ่งใช้เวลาทั้งสัปดาห์ที่ Foothill Ranch, Southern California ซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่ของ Oakley ที่นั่นมีเมทิเรียลมหาศาล แบรนด์นี้อยู่มา 50 ปี และหลายช่วงเวลาในนั้น ทีมอินเฮาส์ปิดเป็นความลับมากเกี่ยวกับดีไซน์และการพัฒนา เลยมีอะไรที่ผมไม่เคยรู้มาก่อนเยอะไปหมด ตอนนี้ผมเพิ่งเริ่มตามทันว่าสมบัติทั้งหมดนั้นคืออะไร ผมคิดว่านี่จะกลายเป็นหนึ่งในหน้าที่สำคัญของผมเลย: การพาโลกให้เห็นประวัติศาสตร์อันเข้มข้นของ Oakley เพราะยังมีหลายอย่างที่ถูกซ่อนไว้ แล้วสร้างงานใหม่ที่ต่อยอดจากรากฐานอันแข็งแรงนั้น ดีไซเนอร์ของ Oakley ทุกคนที่มาก่อนผมและที่ยังทำงานอยู่ ต่างร่วมกันสร้างภาษาดีไซน์ที่ลึกและแน่นมาก
“หน้าที่ก้อนใหญ่ของผมคือการพาโลกให้เห็นประวัติศาสตร์อันเข้มข้นของ Oakley เพราะยังมีหลายอย่างที่ถูกซ่อนไว้ และสร้างงานใหม่ที่ต่อยอดจากรากฐานอันยอดเยี่ยมนั้น”
ในฐานะ Creative Director of Apparel, Footwear, and Accessories คุณตื่นเต้นจะทดลองอะไรใหม่ๆ ในแต่ละหมวดมากที่สุดตรงไหน และสำหรับ Caio คุณตื่นเต้นจะเห็น Matthew ทำงานกับหมวดไหนมากที่สุดในสามอย่างนี้
MMW:สำหรับผม footwear คือสนามที่ยังไล่สำรวจและต่อยอดได้อีกเยอะ ผมดูสเก็ตช์วาดมือจากยุค 90s กับต้น 2000s รวมถึงรองเท้ารุ่นแรกๆ ที่เคยถูกผลิตออกมา มันเท่มากๆ จริงๆ ยังมีสเปซให้เล่นอีกเพียบ ส่วน accessories ระหว่างกระเป๋าไอคอนิกอย่าง Kitchen Sink, Bathroom Sink และทุกอย่างที่ Oakley ทำในสาย utility กับ outdoor snow มันคือเพลย์กราวนด์ของการอินโนเวตชัดๆ เรื่องไลฟ์สไตล์ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ทุกวันนี้มีทั้งร้านและคิวเรเตอร์ออนไลน์ที่โฟกัสแต่ของวินเทจ Oakley อย่างเดียวเลย มันกลายเป็นคัลเจอร์ไปแล้ว
CA:ผมตื่นเต้นกับฝั่ง apparel ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราเริ่มดันเรื่องดีไซน์เสื้อผ้าให้ขึ้นไปอยู่ระดับเดียวกับแว่นตา และผมคิดว่าเราสามารถยกระดับ อินโนเวต และเพิ่มมิติการแสดงออกแบบนั้นให้ครอบคลุมทั้งสเปซของ AFA ได้ ตลอดเวลาที่ผ่านมา AFA กำลังอยู่บนเส้นทางการยกระดับที่น่าทึ่งมาก ผมเลยตั้งตารอจะเห็นเขาพาวิสัยทัศน์นั้นไปอีกสเต็ป เขายังรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับ footwear ทั้งดีไซน์ ดิสทริบิวชัน sourcing ครบทุกมิติ ที่ Oakley แว่นตาคือยานหลักในการถ่ายทอด ethos ของแบรนด์ ส่วน AFA เป็นฝ่ายตาม เราไม่อยากให้ AFA เป็นแค่ผู้ตามอีกต่อไป เราอยากให้ AFA ถูกยกระดับขึ้นมาอยู่ในเลเวลเดียวกันด้านนวัตกรรม
“ที่ Oakley แว่นตาคือยานหลักในการถ่ายทอด ethos ของเรา ส่วน apparel, footwear และ accessories (AFA) เป็นฝ่ายตาม เราไม่อยากให้ AFA ตามแว่นตาอีกต่อไป เราอยากให้ AFA ถูกยกระดับขึ้นมาอยู่ในเลเวลเดียวกันด้านนวัตกรรม”
เมื่อ Travis Scott พาร์ตเนอร์สายครีเอทีฟที่คุณร่วมงานกันมานาน มารับบท Chief Visionary ของ Oakley คุณมองการทำงานเคียงข้างกันในฐานะ Creative Director คนใหม่ไว้อย่างไรบ้าง
MMW:ผมกับ Travis เติบโตมาด้วยกันจริงๆ ผมอยู่กับเขาตั้งแต่โชว์แรกที่ปารีสที่มีคนดูแค่ 12 คน เราเคยทำงานในโปรเจกต์Yeezusด้วยกัน เราผ่านงานหลากหลายโปรเจกต์ด้วยกันตลอดหลายปี ไม่ว่าจะเป็นงานเพลง โปรเจกต์ Cactus Jack หรือโปรเจกต์กับ Nike เราก็ยังเป็นเพื่อนกันตลอด เขาเป็นหนึ่งในคนที่ซัพพอร์ตทุกอย่างที่ผมทำกับ Alyx และ Givenchy ตั้งแต่วันแรก และผมก็ซัพพอร์ตเขาเหมือนกัน เลยกลายเป็นว่าเราทำงานด้วยกันได้อย่างเป็นธรรมชาติสุดๆ และสร้างอะไรด้วยกันได้ง่ายมาก
ผมเพิ่งใช้เวลาทั้งสัปดาห์กับเขาที่ LA ได้ฟังอัลบั้มใหม่ของเขา ได้ฟังว่าเขามองแบรนด์ไปในทิศทางไหน และได้ฟังโปรเจกต์ Cactus Jack ทั้งหมดที่พวกเขากำลังปล่อยออกมา เพลงของเขาตอนนี้คือ next level จริงๆ อดใจรอให้โลกได้ฟังไม่ไหวแล้ว ผมตื่นเต้นมากที่จะได้สร้างและทำงานกับเพื่อนที่ดีขนาดนี้ และยังจะชวนครีเอทีฟคนอื่นๆ เข้ามาในเน็ตเวิร์กของเรา เพื่อสร้างหนึ่งในทีมสร้างสรรค์ที่แข็งแรงที่สุดในโลก นั่นคือเป้าหมายของผม มันไม่ใช่แค่เรื่องของผมคนเดียว แต่คือเรื่องของกลุ่มครีเอทีฟทั้งหมดที่จะเข้ามาอยู่ในโปรเจกต์นี้และพามันเดินหน้าไปอีกทศวรรษ
Caio ผมอยากฟังจากคุณว่าทำไมการดึงครีเอทีฟอย่าง Matthew และ Travis เข้ามาในจักรวาลของ Oakley ถึงสำคัญขนาดนั้น
CA:ครั้งแรกที่เราคุยกับ Travis เรื่อง Matthew รีแอคชันของเขาน่าประทับใจมาก เขาพูดประมาณว่า “นั่นคือคนของผม เราเริ่มมาด้วยกัน” พวกเขามีสายสัมพันธ์และคอนเน็กชันที่ลึกกว่าการแค่แชร์วิสัยทัศน์ด้านครีเอทีฟ มันลึกไปถึงระดับ personal และเมื่อเรามีครีเอทีฟแบบนี้ที่เชื่อมกันได้ลึกขนาดนั้น ผลลัพธ์ก็มักจะออกมาน่าทึ่งเสมอ นั่นแหละคือเหตุผลที่ผมคาดหวังจากการรวมพลังของ Travis และ Matthew ว่าจะต้องออกมายิ่งใหญ่มาก Travis กำลังช่วยเราขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ของอนาคตที่เราไม่มีทางทำได้ด้วยตัวเอง และ Matthew เข้ามาช่วยแปลงวิสัยทัศน์นั้นให้กลายเป็นเกียร์และ AFA ที่ผู้คนอยากใส่จริงๆ
Matthew ทั้งคุณและ Oakley ต่างก็มีภาษาดีไซน์และ ethos ที่ชัดมากในแบบของตัวเอง คุณมองว่าวิสัยทัศน์ครีเอทีฟส่วนตัวของคุณจะไปอยู่ร่วมกับของ Oakley อย่างไร และสองวิสัยทัศน์นี้จะมาบรรจบกันตรงไหน
MMW:มันวางแผนแบบเป๊ะๆ ยาก นั่นแหละคือความน่าสนใจ เพราะทั้ง Oakley และตัวผมเองต่างก็มีรากจาก Southern California ผมคิดว่ามันจะค่อยๆ หลอมรวมกันอย่างเป็นธรรมชาติ งานของผมพูดถึงความไร้กาลเวลาเสมอ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเกี่ยวข้องกับปัจจุบันอย่างแท้จริง ฟอร์มและฟังก์ชันควรปล่อยให้ตัวมันเองนำทางผ่านจุดประสงค์ของการมีอยู่ของโปรดักต์หรือไอเดียนั้นในวันนี้ ผมอยากสร้างสิ่งที่ hyperrelevant และผมคิดว่าสิ่งที่จะตามมาคืออะไรที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน คุณอาจจะเซอร์ไพรส์ก็ได้ มันอาจกลายเป็น “ภาษา” แบบใหม่ไปเลย
“สิ่งที่ผมคาดหวังจากการรวมพลังของ Travis และ Matthew คือความยิ่งใหญ่เท่านั้น Travis กำลังช่วยเราขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ของอนาคต และ Matthew เข้ามาช่วยแปลงวิสัยทัศน์นั้นให้กลายเป็นชิ้นงานที่ใช้งานได้จริง”
Caio อะไรในวิสัยทัศน์ครีเอทีฟของ Matthew ที่คุณรู้สึกว่าสอดรับกับวิสัยทัศน์ของ Oakley
CA:มีสองประเด็น ประเด็นแรกคืออย่างที่ผมพูดไปแล้วเรื่องการแปลงความรู้สึกของผู้คนให้กลายเป็นโปรดักต์ เราอยากเป็นยานพาหนะของการ self-expression ดังนั้นการมีคนที่เข้าใจความรู้สึกของผู้คนและแปลงมันเป็นศิลปะได้จึงสำคัญมาก ประเด็นที่สองคือที่ Oakley เราพูดเสมอว่า เราสร้างเพื่ออนาคตและส่งมอบให้กับปัจจุบัน Matthew คือคนที่พยายามสร้างสิ่งใหม่ สิ่งที่ไม่เคยถูกได้ยิน ไม่เคยถูกเห็น ในขณะเดียวกันเขาก็เก่งมากในการแปลงสิ่งที่ไม่เคยถูกเห็นให้กลายเป็นชิ้นงานที่ผู้คนอยากใช้เป็นตัวแทนการแสดงออกของตัวเอง เพราะฉะนั้นมันไม่ใช่ว่าเขาลอยอยู่บนฟ้ากับไอเดียบ้าๆ อย่างเดียว เขาเสนอไอเดียสุดโต่งก็จริง แต่มีความสามารถในการดึงมันลงมาอยู่กับดินและทำให้คนเข้าถึงได้
Matthew เมื่อประสบการณ์สาย high fashion ของคุณมาผสมกับความเชี่ยวชาญด้าน sportswear ของ Oakley แล้ว คุณมองว่าดีเอ็นเอสองโลกนี้จะหลอมรวมกันอย่างไร
MMW:สำหรับผม Oakley ไม่ใช่แบรนด์แฟชั่น Oakley เริ่มจากการเป็นผู้จัดจำหน่ายมอเตอร์ไซค์ ผลิตยางจับแฮนด์ ก่อนจะต่อยอดไปเป็นแว่นตาสำหรับมอเตอร์ไซค์ โดยได้แรงบันดาลใจจากความต้องการมุมมองด้านข้างที่กว้างขึ้น เฟรมชุดแรกที่เขาสร้างขึ้นให้วิสัยทัศน์ที่มากกว่า เขาแก้ปัญหาและอินโนเวตตั้งแต่วันแรก มันคือแบรนด์ eyewear ก่อน แล้วเสื้อผ้าจึงค่อยขยายออกมาจากนั้น เสื้อผ้าถูกสร้างขึ้นมาเพื่อซัพพอร์ตแว่นตาเสมอ ไม่ใช่กลับกัน ซึ่งเป็นโจทย์ที่ท้าทายมากสำหรับผม เพราะในงานก่อนหน้าของผม ส่วนใหญ่จะเป็นอีกแบบคือตั้งต้นจากเสื้อผ้าแล้วอย่างอื่นค่อยตาม
“Matthew เสนอไอเดียสุดโต่ง แต่เขามีความสามารถในการดึงไอเดียเหล่านั้นลงมาอยู่กับดินและทำให้คนเข้าถึงได้”
ในอนาคตอันใกล้ เราจะได้เห็นอะไรจากคุณในบทบาทนี้บ้าง
MMW:แน่นอนว่า hardware การพัฒนาในหมวดนี้คือสิ่งที่ผมชอบทำมาตลอด ดีเทลอย่างบน Kitchen Sink มีภาษาดีไซน์ที่พร้อมจะต่อยอดและเล่นต่อได้อีกเยอะ ผมเลยตื่นเต้นที่จะขยายมันออกไป แต่บางอย่างมันดีมากอยู่แล้วจนผมไม่อยากไปเปลี่ยน ผมอยากหยิบ hardware บน Kitchen Sink มาเป็นแรงบันดาลใจ แล้วคิดว่าจะพามันไปในทิศทางใหม่ได้ยังไง หรือเอาไปใช้ในสไตล์ ทรง หรือปริมาตรอื่นๆ
ทั้งสองคนพอจะเล่าได้ไหมว่าตอนนี้มีอะไรอยู่ในไลน์งานที่กำลังจะตามมา
MMW:ไทม์ไลน์การพัฒนาโปรดักต์ของแบรนด์ sportswear ยาวมาก บางทีใช้เวลามากกว่าปี หรือปีครึ่ง กว่าจะได้โปรดักต์เพอร์ฟอร์แมนซ์จริงๆ และของใหม่ออกมา เรากำลังดูอยู่ว่าจะทำอะไรได้บ้างเพื่อให้ปล่อยของออกสู่โลกได้เร็วขึ้นนิดหน่อย แต่นั่นยังเป็น TBD อยู่ แต่ไม่ต้องห่วง คุณจะได้รู้แน่ๆ ผมจะแจ้งให้ทุกคนรู้เองว่าเมื่อไหร่โปรดักต์ที่ผมกำลังทำจะได้ออกสู่โลก หวังว่าจะเร็วกว่าไม่ใช่ช้ากว่า แต่สำหรับผม บทบาทและโปรเจกต์นี้คือเรื่องระยะยาวที่ผมจะทำไปอีกหลายปี ดังนั้นตอนนี้คือการค่อยๆ วางรากฐานให้แข็งแรง ไล่ไปทีละสเต็ป ซึ่งมีอะไรให้ทำอีกเยอะมาก
CA:ที่ Oakley เราพูดเสมอว่า We don’t predict the future, we create the future นั่นทำให้เราต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ทำอย่างจริงจัง เราจะไม่มานั่งรอให้ใครแม่งมาบอกให้ทำอะไร เราจะสร้างวิสัยทัศน์ของอนาคตขึ้นมาเอง เรานิยามปัญหา หาโซลูชัน แล้วห่อหุ้มมันด้วยศิลปะ คุณจะได้เห็นชิ้นงานที่ดิบจริงจำนวนมาก มันจะดิสรับต์อย่างหนัก และอินโนเวทีฟสุดๆ สามคำนี้แหละที่สรุปวิสัยทัศน์ของเราได้ครบ



















