สรุป
- KSI ตกลงในหลักการที่จะเข้าถือหุ้นส่วนน้อยในสโมสรระดับดิวิชันหกอย่าง Dagenham & Redbridge พร้อมเข้าร่วมกลุ่มเจ้าของสโมสรชุดใหม่ที่เพิ่งปรับโครงสร้าง
- คอนเทนต์ครีเอเตอร์ชื่อดังผู้เป็นทั้ง YouTuber นักดนตรี และนักมวยรายนี้ มองดีลครั้งนี้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ทุกอย่างวนกลับมาครบรอบ เชื่อมโยงกลับไปยังซีรีส์ FIFA “Race to Division One” ขึ้นหิ้งของเขาในอดีต และตั้งใจจะพาทีมกลับไปสู่ยุครุ่งเรืองอีกครั้ง
- ด้วยแรงหนุนจากนักลงทุนรายใหม่อย่าง Happy Fan Group และผู้ถือหุ้นร่วม Andy Carroll ทาง Dagenham & Redbridge หวังว่าโปรไฟล์ระดับโลกของ KSI จะช่วยจุดเชื้อไฟความทะเยอทะยานในการไต่กลับขึ้นสู่บันไดลีกฟุตบอลอังกฤษอีกครั้ง
KSI กำลังเปลี่ยนจากโหมดคุมทีมบนหน้าจอ มาสู่การมีอำนาจจริงในโลกฟุตบอล โดยตกลงทำข้อตกลงในหลักการเพื่อเข้าร่วมเป็นหนึ่งในกลุ่มเจ้าของสโมสร National League South อย่าง Dagenham & Redbridge. หลายสำนักรายงานว่าครีเอเตอร์วัย 32 ปีรายนี้จะเข้าถือหุ้นราว 20 เปอร์เซ็นต์ โดยยังต้องรอการอนุมัติจาก National League เพื่อเชื่อมต่อเข้ากับสโมสรที่เพิ่งถูกเทกโอเวอร์โดยกลุ่มทุนสัญชาติอเมริกัน Happy Fan Group
สำหรับ KSI ซึ่งมีชื่อจริงว่า Olajide Olayinka Williams Olatunji การจับมือกันครั้งนี้มีทั้งมิติของประวัติศาสตร์และกระแสฮือฮาอยู่พร้อมกัน เพราะ Dagenham & Redbridge เคยเป็นทีมตัวเอกแบบคาดไม่ถึงในซีรีส์ FIFA “Race to Division One” ระดับขึ้นหิ้งของเขา และเขามองว่าก้าวนี้คือการวนกลับมาหาทีมที่เขาเคยคุมอยู่บนจอเกมอย่างสมบูรณ์ ทุกวันนี้ แทนที่จะไล่ล่าการเลื่อนชั้นด้วยจอยเกม เขาสัญญากับแฟน ๆ ว่าอยากพา “Daggers” กลับสู่ “ยุครุ่งเรือง” และผลักดันทีมไปให้ถึง Premier League โดยเริ่มจากเป้าหมายแรกที่จับต้องได้อย่างการหลุดพ้นจากระดับดิวิชันหก
ดีลนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่ Dagenham & Redbridge กำลังยกเครื่องทั้งบอร์ดบริหารและขุมกำลัง โดยอดีตกองหน้าทีมชาติอังกฤษ Andy Carroll เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นแล้ว และอดีตนักเตะอย่าง Anwar Uddin ขึ้นรับตำแหน่งประธานสโมสร การมาของ KSI จึงช่วยเพิ่มทั้งอิทธิพลในระดับโลกและช่องทางสื่อสารตรงถึงแฟนรุ่นใหม่หลายล้านคน พลิกภาพสโมสรลีกล่างชานกรุงลอนดอนให้กลายเป็นสนามทดลองยุคใหม่ของการถือหุ้นสโมสรฟุตบอลโดยครีเอเตอร์ ที่ทุกสายตาจับจ้องว่าพลังออนไลน์จะส่งแรงสะเทือนลงไปถึงผลงานในสนามได้ไกลแค่ไหน





