Colm Dillane ทำให้ ‘The Boy Who Jumped The Moon’ มีชีวิตจริงบนแคมเปญ

“ผมอยากทำหนังสือเด็กมาตลอด นี่ก็เหมือนจะเป็นแบบนั้นแหละ แค่เปลี่ยนจากหน้ากระดาษให้เดินได้” Dillane เผยถึงแคมเปญ Spring/Summer 2026 สุดโดดเด่นที่ถ่ายโดย Sebastian Boon

แฟชั่น
705 0 ความคิดเห็น

พูดได้เต็มปากว่า Colm Dillane ชำนาญการเล่าเรื่องแบบดึงคนให้ดำดิ่งเข้าไปในเรื่องราวอย่างแท้จริง โลกครีเอทีฟอันกว้างใหญ่ (และยังขยายไม่หยุด) ของดีไซเนอร์คนนี้ทำหน้าที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ที่เชื่อมทุกคอลเล็กชัน KidSuper เข้าด้วยกัน เป็นเส้นด้ายที่ถักร้อยทั้งการทดลองในแต่ละซีซันและทุกโปรเจ็กต์คอลแลบให้สานต่อกันอย่างลื่นไหล ด้วยการเข้าหาแต่ละงานศิลปะอย่างแม่นยำแบบจิตรกร และมองเรื่องราวแบบนักเขียนผู้มากประสบการณ์ คอลเล็กชัน KidSuper Spring/Summer 2026 ของ Dillane จึงกลายเป็นบทสรุปอันน่าดึงดูดของทุกสกิลที่เขาสะสม ถ่ายทอดออกมาในรูปแบบแคมเปญภาพที่อาจจะสะกดสายตาและน่าหลงใหลที่สุดของเขาเท่าที่เคยมีมาเลยก็ว่าได้

คอลเล็กชันนี้ได้ชื่อว่า The Boy Who Jumped The Moon, ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกบนรันเวย์ในงาน Paris Fashion Week เมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2025 แต่ครั้งนี้ เสื้อผ้าและแอ็กเซสซอรีไม่ได้แค่ออกมาเดินบนรันเวย์เฉย ๆ อีกต่อไป หากถูกนำไปจัดวางท่ามกลางฉากหลังอันโดดเด่นของห้าโลกแฟนตาซีที่เพนต์ด้วยมือทั้งหมดใน Amsterdam

ด้วยผนังที่ถูกเพนต์ตั้งแต่พื้นจรดเพดานโดย Niels Egidius กำกับโดย Shay Latukolan และถ่ายทอดผ่านเลนส์ของ Sebastian Boon ทำให้ภาพแคมเปญของ The Boy Who Jumped The Moon กลายเป็นผลงานคอลแลบที่อัดแน่นด้วยพลังสร้างสรรค์ ซึ่งถูกเนรมิตขึ้นภายในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม แรงขับเคลื่อนวิสัยทัศน์สร้างสรรค์โดยรวมจริง ๆ มาจากเป้าหมายส่วนตัวของ Dillane เอง หนึ่งในความฝันสูงสุดของดีไซเนอร์คนนี้คือการทำหนังสือนิทานสำหรับเด็กของตัวเอง และนั่นแหละคือคอนเซ็ปต์ที่เขาดึงมาใช้เป็นหัวใจขององค์ประกอบภาพในแคมเปญใหม่นี้

“ผมอยากทำหนังสือนิทานเด็กมาตลอด นี่ก็คล้าย ๆ กันนั่นแหละ ต่างกันแค่หน้าหนังสือมันเดินได้” Dillane อธิบายไว้ ส่วนในรีลีสก็ถ่ายทอดเรื่องราวฉบับเต็มเอาไว้เรียบร้อย

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเด็กชายคนหนึ่งที่มีความฝันยิ่งใหญ่กว่าทุกคนรอบตัว เขาเชื่อว่าเขาจะเอื้อมถึงดวงจันทร์ได้ และเขาก็ลงมือพยายามจริง ๆ เขาสร้างเครื่องจักรประหลาดจากลูกโป่ง ว่าว และเครื่องยนต์เก่า ๆ ส่วนใหญ่ก็ล้มเหลว แต่ทุกครั้งที่ลอง เขาก็เข้าใกล้เป้าหมายมากขึ้นอีกนิด จนในที่สุด ทั้งเมืองก็เริ่มออกมาช่วยกันสร้างเครื่องจักรในฝันของเขา แล้ววันหนึ่ง ท่ามกลางทุกความเป็นไปไม่ได้ เด็กชายคนนั้นก็กระโดดไปถึงดวงจันทร์ เขาไปถึงที่นั่นจริง ๆ และด้วยเหตุอัศจรรย์บางอย่าง เขายังเดินทางกลับบ้านได้อีกด้วย หลังจากนั้น ทุกอย่างก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ข่าวเล่าขานแพร่สะพัดไปทั่วเมือง การกระทำที่ดูเป็นไปไม่ได้ของเขาทำให้คนรอบข้างเกิดประกายบางอย่างขึ้นในใจ ถ้าเด็กคนหนึ่งยังจินตนาการถึงสิ่งยิ่งใหญ่ขนาดนั้นได้ บางทีสิ่งนั้นอาจไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้อย่างที่คิดก็ได้ ผู้คนที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเด็กชายจึงเริ่มลองทำตาม แต่ละคนในแบบประหลาด เฉพาะตัว และแสนจะเป็นมนุษย์ของตัวเอง

ในส่วนของตัวละครนำ ดีไซเนอร์ก็ลงดีเทลคาแรกเตอร์ไว้ครบถ้วนเช่นกัน มี Debbie, the Self-Appointed Scientist ที่เชื่อว่าการกระโดดไปถึงดวงจันทร์สามารถคำนวณและสร้างซ้ำได้ พร้อมอาวุธคือเครื่องมือวิทยาศาสตร์คู่ใจและความดื้อรั้นไม่แพ้ใคร Giselle, the Painter เริ่มวาดบันไดทอดยาวขึ้นสู่ท้องฟ้าหลังจากได้เห็นเด็กชายกระโดดไปถึงดวงจันทร์ ขณะที่ Marlotte, the Persistent Woman กำลังรันโปรแกรมการฝึกสุดเข้มงวดและมีวินัย เพื่อไปให้ถึงดวงจันทร์ด้วยตัวเอง

Robert, the Rocket Guy มีกระสวยติดอยู่ที่หลังตลอดเวลา ส่วน Larry, the Pigeon Man ก็ใช้เวลาส่วนใหญ่หมกตัวอยู่กับฝูงนกพิราบ Shay คือคนฝันไกลประจำกลุ่ม Max คือ the Delivery Guy ส่วน Maya และ Jacob คือคู่รักประจำเรื่อง

นอกเหนือจากการหมกมุ่นในดวงจันทร์เหมือนกันหมดแล้ว อะไรคือสิ่งที่ดึงพวกเขาให้มาอยู่ร่วมเฟรมเดียวกัน? คำตอบคืออินเนอร์ที่คลิกกับคอลเล็กชัน KidSuper Spring/Summer 2026 แบบสุด ๆ ที่ทุกคนใส่แล้วเท่ชนิดไม่ต้องพยายาม

ทำความรู้จักทั้งเก้าตัวละครแบบครบทีมได้ในแคมเปญเต็ม The Boy Who Jumped The Moon ด้านบนนี้

อ่านบทความเต็ม