Hazemann & Monnin คว้าแชมป์ Louis Vuitton Watch Prize ครั้งที่ 2
จากโปรเจกต์นักศึกษา สู่ “School Watch” เรือนเครื่องไขลานที่ออกแบบและพัฒนากลไกขึ้นเองทั้งหมด
สรุป
- Hazemann & Monnin คว้ารางวัล LVMH Watch Prize ครั้งที่สองด้วยผลงาน “School Watch” ของทั้งคู่
- เรือนเวลาสตีลขนาด 39.5 มม. เรือนนี้โดดเด่นด้วยระบบบอกชั่วโมงแบบ jumping hour และกลไกตีบอกเวลาอัตโนมัติเมื่อเวลาครบชั่วโมงที่เปิดให้เห็นอย่างชัดเจน
- ดูโอ้คู่นี้ได้รับทุนสนับสนุนมูลค่า 150,000 ยูโร พร้อมโปรแกรมให้คำปรึกษาที่ La Fabrique du Temps
Hazemann & Monninได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการว่าเป็นผู้ชนะรางวัล LVMH Louis Vuitton Watch Prize for Independent Creatives ครั้งที่สอง รางวัลซึ่งจัดขึ้นทุกสองปีเพื่อผลักดันครีเอเตอร์อิสระ โดยต่อยอดจากชัยชนะของ Raúl Pagès ในปี 2024 มอบทุนมูลค่า 150,000 ยูโร (ราว 174,055 ดอลลาร์สหรัฐ) และโปรแกรมเมนเทอร์แบบใกล้ชิดตลอด 1 ปีเต็มที่ La Fabrique du Temps Louis Vuitton
ก่อตั้งโดย Alexandre Hazemann และ Victor Monnin อาเตลิเยร์จากเมือง Neuchâtel แห่งนี้คว้าชัยเหนือเหล่าผู้เข้ารอบสุดท้ายจากนานาประเทศด้วยผลงาน Montre École (School Watch) เรือนเวลาซิกเนเจอร์ที่เริ่มต้นจากโปรเจกต์จบการศึกษาที่ Lycée Edgar Faure
เรือนเวลาที่คว้ารางวัลเรือนนี้คือผลงานเชิงเทคนิคชั้นสูง ผสานการแสดงเวลาแบบ jumping hour เข้ากับกลไก sonnerie au passage ที่เปิดโชว์ทางด้านหน้าปัด ภายในตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 39.5 มม. ดีไซน์ผสมผสานเสน่ห์คลาสสิกกับความร่วมสมัย พร้อมทั้งคารวะนาฬิกา “school watch” แบบดั้งเดิมในศตวรรษที่ 20
ดีไซน์ของนาฬิกามาในลุคสองเลเยอร์ มีให้เลือกทั้งหน้าปัดแบบ open-worked และเวอร์ชันหน้าปัดหินแร่ ชูความงดงามของชิ้นส่วนกลไกระดับจิวเวลรีอย่างเต็มที่ ภายในขับเคลื่อนด้วยกลไกอินเฮาส์ Calibre HM-01 แบบไขลานด้วยมือ ซึ่งออกแบบและผลิตโดยสองดีไซเนอร์เองทั้งหมดโดยไม่พึ่งพาสถาปัตยกรรมกลไกที่มีอยู่เดิม
ด้วยการได้รับการยอมรับจาก LVMH ครั้งนี้ Hazemann & Monnin ถูกคาดหวังว่าจะต่อยอดโปรแกรมเมนเทอร์และทรัพยากรจากรางวัล เพื่อขยายอาเตลิเยร์ใน Saint-Aubin-Sauges ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และเดินหน้าสร้างสรรค์เรือนเวลาที่ท้าทายขีดจำกัดด้านเทคนิคควบคู่การเล่าเรื่องราวอันเข้มข้นต่อไป
ชมโพสต์นี้บน Instagram



