Daniel Roseberry ถอดรหัสปริศนา “The Sphynx” เปิดรันเวย์คอลเล็กชัน Fall/Winter 2026 ของ Schiaparelli
เมซงสาย Surrealist จัดเต็มชั้นเรียนใหญ่เรื่อง trompe l’oeil อำพรางสายตา และความย้อนแย้งที่เป็นไปไม่ได้บนรันเวย์.
สรุป
-
ก่อนที่พิพิธภัณฑ์ V&A จะเปิดนิทรรศการย้อนหลังครั้งใหญ่ให้แก่ผู้ก่อตั้งแบรนด์ในอีกเพียงสามสัปดาห์ คอลเล็กชัน Fall/Winter 2026 ของ Schiaparelli ในนาม “The Sphynx” จึงออกมาเพื่อสำรวจความย้อนแย้งเชิงโครงสร้างที่ซ่อนอยู่ในอุตสาหกรรมแฟชั่นร่วมสมัย
-
Daniel Roseberry ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ โชว์ลีลาบาลานซ์โค้ดดั้งเดิมของแบรนด์เข้ากับเทคนิคล้ำยุค เปิดตัว “impossible knitwear” งานนิตถักสุดเหลือเชื่อ เดรส liquid plisse ผ้าไหมผสม และผ้า silk wool แบบ trompe l’oeil ที่หลอกตาได้แนบเนียนราวกับเป็นเดรสหนังเข้ารูป
-
รันเวย์ต่อยอดโลกไอคอน Surrealist อันเป็นที่รักของเมซงครั้งใหญ่ ด้วยการเปิดตัวแอ็กเซสซอรี่รูปสุนัขและแมวทำจากเรซิน ฮาร์ดแวร์รูปเท้านกกระยางหล่อบรอนซ์ และการตีความลายเซ็น keyhole motif ขึ้นมาใหม่อย่างลึกซึ้ง
สำหรับ Elsa Schiaparelli เดรสไม่เคยเป็นแค่เดรส แต่คือผืนผ้าใบสำหรับตั้งคำถามต่อสื่อกลางที่ชื่อว่าแฟชั่นเอง ขณะเดียวกันที่พิพิธภัณฑ์ V&A ในลอนดอนกำลังจะเปิดนิทรรศการย้อนหลัง “Schiaparelli: Fashion Becomes Art” ซึ่งทุกคนรอคอยกันมานานในอีกเพียงสามสัปดาห์ Daniel Roseberry ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ก็ฉวยจังหวะนี้ย้อนมองมรดกหัวก้าวหน้านั้น ผ่านคอลเล็กชัน Fall/Winter 2026 ชื่อ “The Sphynx” ที่พาเมซงฝ่าความตึงเครียดระหว่างน้ำหนักของแบรนด์ชั้นครู กับศักยภาพไร้ขีดจำกัดของโรงงานแห่งความฝันได้อย่างเฉียบคม
แก่นกลางของ “The Sphynx” คือแนวคิดเรื่องปริศนา อ้างอิงจาก keyhole motif อันเป็นไอคอนของแบรนด์ Roseberry มองว่ารูปทรงนี้ไม่ใช่แค่ฮาร์ดแวร์ที่สวยงาม แต่คือสัญลักษณ์แทน “ความลี้ลับขั้นสูงสุด” ที่ชื่อว่าผู้หญิงยุคใหม่ เพื่อถ่ายทอดปริศนานี้ให้ปรากฏบนรันเวย์ FW26 จึงถูกออกแบบบนฐานของความย้อนแย้งน่าทึ่งและกลวิธีเชิงเทคนิคที่หักล้างกันเอง จนเส้นแบ่งระหว่างสิ่งที่ชุดหนึ่งดูเหมือนจะเป็น กับความจริงที่มันเป็นอยู่แทบเลือนหาย
ความตึงเครียดนี้ถูกปลุกให้มีชีวิตผ่านนวัตกรรมสิ่งทอที่ชวนให้ทบทวนสิ่งที่คิดว่าเป็นไปได้ Roseberry เปิดตัวสิ่งที่เขาเรียกว่า “impossible knitwear”—งานถัก Aran cable หนักแน่นแบบดั้งเดิมจับคู่กับแผง illusion tulle บางเบา เกิดเอฟเฟ็กต์เหนือจริงราวกับว่าขนสัตว์หนา ๆ กำลังลอยอยู่บนเรือนร่าง การผลักเพดานด้านโครงสร้างยังดำเนินต่อไปกับเดรส liquid plisse ผ้าไหมผสมเคลือบเลเยอร์ใส สร้างทรงสถาปัตยกรรมคมกริบโดยไม่ต้องพึ่งโครงเสริมแม้แต่น้อย เพื่อสดุดีต่อความหลงใหลในเทคนิค trompe l’oeil ของแบรนด์ เดรสทรง sheath เข้ารูปเอฟเฟ็กต์หนังก็ถูกเฉลยว่าแท้จริงคือผ้า silk wool พิมพ์ลาย ขณะที่เสื้อท็อป stretch-jersey สมรรถนะสูงจับคู่กับกระโปรงพลิ้วเบาตกแต่งเลื่อม paillette อย่างแนบเนียน
เหนือไปจากตัวเสื้อผ้า ความหลงใหลในธรรมชาติและฮาร์ดแวร์ Surrealist ของ Elsa ยังถูกต่อยอดอย่างพรั่งพรูในโลกของแอ็กเซสซอรี่ เทปวัดตัวไอคอนิกกลับมาปรากฏอย่างโดดเด่นบนแจ็กเก็ต stretch boiled wool ทรงคลาสสิกแบบ Vendome ประดับปลายด้วยลูกปัด bugle beads ย้อมสีอย่างประณีต ขณะเดียวกันรันเวย์ก็ปล่อยขบวนมอทิฟใหม่: เครื่องประดับแต่ง “ขนเฟอร์” จากกิ่ง shearling เส้นเล็ก รองเท้า dog-and-cat แสนน่าเล่นที่ทำจากเรซินและเฟลต์ล้วน ๆ และกระเป๋า shearling สุดสะดุดตาที่ฐานเป็นเท้านกกระยางบรอนซ์หล่อขึ้นรูป
Schiaparelli เป็นแบรนด์หัวก้าวหน้ามาโดยตลอด แต่สิ่งที่ Roseberry แสดงให้เห็นผ่าน “The Sphynx” คือความล้ำหน้าไม่จำเป็นต้องทำให้ใครรู้สึกห่างเหิน การสร้างเสื้อผ้าที่ทำให้ผู้หญิงรู้สึกมีชีวิตชีวาไปกับตัวตนในฝันของตัวเอง—พร้อมกับโอบรับและสบายใจกับตัวตนจริงในปัจจุบัน—คือหลักฐานว่า “ความย้อนแย้งอายุร้อยปี” ของเมซงยังทรงพลังไม่เสื่อมคลายในวันนี้


















