6 นาฬิกาสุดอึด ที่เอาอยู่ทุกสโลปเดือดที่ Cortina
ตั้งแต่ OMEGA, Rolex ไปจนถึง G-SHOCK และอีกเพียบ
เมื่อโลกกีฬาเตรียมมุ่งหน้าสู่เทือกเขา Dolomites ในศึก 2026 Winter Olympics สายตาทุกคู่จึงหันมาจับจ้องสภาพแวดล้อมแบบอัลไพน์และความท้าทายเฉพาะตัว ทั้งฝั่งผู้ชมและนักสกีต่างสลับโหมดระหว่างการพุ่งตัวด้วยความเร็วสูงบนสโลป กับบรรยากาศชิลล์ ๆ ในหมู่บ้านด้านล่าง นาฬิกาที่สวมต้องแกร่งพอจะรับมืออากาศหนาวจัด แรงสั่นสะเทือน และความสูงเหนือระดับน้ำทะเล แต่ก็ต้องเนี้ยบพอจะเลื่อนหลบเข้าใต้ปลายแขนเสื้อเชิ้ตในมื้อดินเนอร์ได้อย่างเนียนสนิท ความเชื่อถือได้ต่อสนามแม่เหล็ก อากาศเบาบาง และสภาพ whiteout ที่ขาวโพลนจนบดบังทัศนวิสัยคือหัวใจหลัก พร้อมคุณสมบัติอย่างระบบดูดซับแรงกระแทกและน้ำมันหล่อลื่นสังเคราะห์ ที่ช่วยการันตีสมรรถนะตั้งแต่รันแรกจนถึงรันสุดท้ายของวัน
เราได้คัดเลือกนาฬิกา 6 รุ่น ตั้งแต่เครื่องมือดิจิทัลที่ทนต่อการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ไปจนถึงไอคอนจักรกลสุดแกร่ง ซึ่งพร้อมมอบความอุ่นใจบนสโลปโดยไม่ต้องแลกกับอายุการใช้งานและความทนทานระยะยาว
OMEGA Seamaster Aqua Terra “Ultra Light”
หากต้องใช้เวลาอยู่กลางแจ้งทั้งวันในอุณหภูมิติดลบ คุณแทบจะต้องห่มเลเยอร์หนา ๆ เพื่อกักเก็บความร้อน แม้จะไม่ต้องเล่นกีฬาฤดูหนาวแบบจริงจัง น้ำหนักส่วนเกินก็เป็นสิ่งที่ไม่มีใครต้องการ — ทุกกรัมล้วนมีความหมาย สมชื่อรุ่น OMEGA Seamaster Aqua Terra “Ultra Light” ที่ถูกออกแบบวิศวกรรมโดยยึดหลักนี้เป็นหัวใจ ด้วยน้ำหนักเพียง 55 กรัมรวมสายจนแทบไม่รู้สึก ตัวเรือนผลิตจาก Gamma Titanium โลหะผสมอุตสาหกรรมขั้นสูงที่ใช้ในงานการบิน ซึ่งทั้งเบากว่าและแข็งแกร่งกว่าทองไทเทเนียม Grade 5 มาตรฐาน ที่สำคัญสำหรับสภาพอากาศหนาวจัดคือค่าการนำความร้อนต่ำของไทเทเนียม ทำให้นาฬิกาไม่กลายเป็นตัวดูดความร้อนจนเย็นจัดเกาะแน่นกับผิวเหมือนเหล็กกล้าแบบดั้งเดิม
นวัตกรรมด้านวัสดุสำคัญไม่แพ้การออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ รุ่นนี้ถูกออกแบบมาให้รองรับการเคลื่อนไหวของร่างกายในทุกมิติ แม้จะไม่ได้เจาะจงเพื่อการเล่นสกีโดยตรง เม็ดมะยมแบบ telescopic สามารถกดจมเข้าไปในตัวเรือนเมื่อตั้งเวลาเสร็จ ช่วยป้องกันการจิกหรือกดลงบนข้อมือขณะจับไม้สกีหรือบังคับบ๊อบสเลด ภายในขับเคลื่อนด้วยเครื่อง Master Chronometer Calibre 8928 Ti ซึ่งผลิตจากไทเทเนียมทั้งชุด ตอกย้ำดีเอ็นเอที่ให้ความสำคัญกับสมรรถนะเชิงกีฬาเหนือสิ่งอื่นใด และหากต้องการหลักฐานยืนยันความสามารถ Armand Duplantis เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกยังเลือกใส่ Seamaster Aqua Terra “Ultra Light” ขณะทำลายสถิติโลกกระโดดค้ำถ่อครั้งใหม่ในศึก Paris 2024 Olympics
Rolex Explorer II
มีนาฬิกาไม่กี่รุ่นที่ผูกโยงกับสภาพแวดล้อมเยือกแข็งได้แนบแน่นเท่า Rolex Explorer II เปิดตัวครั้งแรกในปี 1971 สำหรับ speleologists (นักสำรวจถ้ำ) และนักผจญภัยขั้วโลก โดยเรือนอ้างอิงหมายเลข 226570 ยังคงเป็นนิยามแห่งนาฬิกาเครื่องมือ “Cave and Ice” อย่างแท้จริง แตกต่างจากรุ่นดำน้ำตรงที่ Explorer II มาพร้อมขอบตัวเรือนสเตนเลสสตีลแบบ fixed ซึ่งเป็นการตัดสินใจด้านดีไซน์ที่ตั้งใจ เพราะขอบหมุนได้มีโอกาสแข็งตัวหรือถูกคริสตัลน้ำแข็งอัดแน่นจนหมุนไม่ออกในอุณหภูมิติดลบ
หน้าปัดสีขาว “Polar” ไม่ได้โดดเด่นแค่เรื่องความสวยงาม แต่หลักชั่วโมง Chromalight ขอบสีดำช่วยสร้างคอนทราสต์สูงสุดเมื่อมองตัดกับหิมะและสภาพ whiteout ส่วนเข็ม 24 ชั่วโมงสีส้มสดซิกเนเจอร์ช่วยให้ผู้สวมใส่แยกแยะกลางวันกลางคืนได้ชัดเจน ในช่วงฤดูหนาวบนเทือกเขาที่ทั้งยาวและมืด ภายในคือกลไก Calibre 3285 ที่ใช้น้ำมันหล่อลื่นสูตรเฉพาะ เพื่อคงเสถียรภาพของการทำงานท่ามกลางอุณหภูมิที่แกว่งจัด รับประกันความเที่ยงตรงแม้ระดับปรอทจะร่วงดิ่ง เสริมด้วยระบบดูดซับแรงกระแทก Paraflex ที่ออกแบบมาให้ทนต่อแรงสะเทือนเฉียบพลันจากการไถลผ่าน moguls ได้อย่างไม่พลาดจังหวะเวลา
Zenith Defy Extreme Diver
ถ้า Defy รุ่นมาตรฐานคือตัวแทนด้านความเนี้ยบหรูของแบรนด์ Zenith แล้ว ซีรีส์ Zenith Defy Extreme ก็คือรถถังหุ้มเกราะเต็มขั้น แม้คำว่า “Diver” จะอยู่ในชื่อ แต่ Defy Extreme Diver ก็พร้อมลุยบนสโลปหิมะได้ไม่แพ้แนวปะการัง ตัวเรือนขนาด 42.5 มม. ผลิตจากไทเทเนียมขัดด้าน เลือกใช้ไม่เพียงเพราะอัตราส่วนความแข็งแกร่งต่อน้ำหนักที่ยอดเยี่ยม แต่ยังต้านทานการกัดกร่อน — ไม่ว่าจะเป็นน้ำทะเล หรือเกลือโรยถนนและโคลนเลนของรีสอร์ตบนภูเขาหิมะ นอกจากนี้ ค่าการนำความร้อนต่ำของไทเทเนียมยังช่วยให้นาฬิการู้สึกอุ่นผิวกว่าสเตนเลสมาตรฐานเมื่อต้องเจออากาศเย็นจัด
ในแง่ฟังก์ชัน นาฬิการุ่นนี้เรียกได้ว่า “โอเวอร์สเปก” สำหรับการเล่นสกี ด้วยการกันน้ำระดับ 600 เมตร (1,969 ฟุต) จึงไม่สะทกสะท้านต่อหิมะและน้ำแข็งที่ละลาย การอ่านค่าให้ชัดคือสิ่งสำคัญในสภาพ whiteout และรุ่นนี้ตอบโจทย์ด้วยสารเรืองแสง X1 Grade Super-LumiNova บนเข็มและหลักชั่วโมง ส่องสว่างเป็นสีฟ้า เขียว และส้ม ให้เห็นชัดแม้ทัศนวิสัยต่ำ กลไกอัตโนมัติ El Primero 3620 SC ทำหน้าที่ขับเคลื่อน พร้อมระบบเปลี่ยนสายแบบถอดเปลี่ยนได้ รวมถึงสายยาวพิเศษที่ทำจากอวนจับปลาที่รีไซเคิลแล้ว ซึ่งสามารถปรับให้สวมทับเสื้อแจ็กเก็ตสกีหนา ๆ ได้อย่างสบาย
G-SHOCK Mudmaster GWG-B1000
สำหรับใครที่ไม่ได้มาแค่ไถลลงเขา แต่ต้องทำงานอยู่บนภูเขาอย่างจริงจัง G‑SHOCK Mudmaster GWG‑B1000 คือฮีโร่ตัวจริงที่ไม่มีใครกล้าท้า ด้วยโครงสร้าง Carbon Core Guard ตัวเรือนเรซินเสริมใยคาร์บอนมอบความแข็งแรงเชิงโครงสร้างระดับสูง ปกป้องนาฬิกาจากแรงกดทับรุนแรงและแรงกระแทกตรง ๆ กับก้อนน้ำแข็ง
สิ่งที่ทำให้รุ่นนี้กลายเป็นไอเท็มจำเป็นสำหรับภูมิประเทศอัลไพน์อย่างแท้จริงคือเทคโนโลยี Triple Sensor ซึ่งรวมเอามาตรวัดความสูง เข็มทิศดิจิทัล และบารอมิเตอร์มาไว้ในตัวเดียว — เครื่องมือสำคัญสำหรับคาดการณ์การลดต่ำของความกดอากาศอย่างฉับพลันซึ่งบ่งชี้ว่าพายุหิมะกำลังจะมา แตกต่างจากจอดิจิทัลทั่วไปที่อาจแสดงผลช้าหรือจางหายเมื่อเจออากาศหนาวจัด โมดูลของ Mudmaster ถูกออกแบบให้ทำงานได้อย่างไร้ที่ติแม้ที่ –10°C (14°F) จึงกลายเป็นเครื่องมือสำรองขั้นสุดสำหรับการเอาชีวิตรอดในพื้นที่หิมะนอกเส้นทางหลัก
Norqain Wild ONE
แบรนด์อิสระสัญชาติสวิส Norqain ก้าวขึ้นมาเป็นผู้เขย่าวงการนาฬิกาสปอร์ตอย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งต้องยกเครดิตให้กับโครงสร้างเฉพาะตัวของรุ่น Wild ONE ที่พัฒนาร่วมกับตำนานวงการอย่าง Jean‑Claude Biver นาฬิกาโดดเด่นด้วยดีไซน์ตัวเรือนดูดซับแรงกระแทก โดยบรรจุกลไกไว้ในโครงยางกันกระแทก แล้วหุ้มด้วย “NORTEQ” — คอมโพสิตไฟเบอร์คาร์บอนสูตรเฉพาะของแบรนด์
สถาปัตยกรรมลอยตัวแบบนี้ทำให้ Wild ONEทนต่อแรงกระแทกได้สูงสุดถึง 5,000G เทียบเท่าการชนด้วยความเร็วสูงบนสโลปสกี แม้จะแกร่งขนาดนี้ น้ำหนักทั้งเรือนก็เพียง 84 กรัม ลงตัวระหว่างความเบาสบายและความทนทานสไตล์แท็กติคัล วัสดุ NORTEQ ยังรองรับการเล่นสีสันจัดจ้าน ให้นาฬิกามองเห็นได้ชัดเจนท่ามกลางฉากหิมะขาวฟู หากเกิดเหตุหลุดออกจากข้อมือ
Garmin fēnix 8
แม้นาฬิกาจักรกลจะเปี่ยมด้วยเสน่ห์โรแมนติกและความไว้ใจได้ แต่ Garmin fēnix 8 กลับมอบมิติของการรับรู้สถานการณ์ที่นาฬิกาอะนาล็อกไม่มีวันเทียบ สำหรับนักสกีหรือผู้ควบคุมพื้นที่ที่ให้ความสำคัญกับ “ข้อมูล” มากกว่า “สถานะ” รุ่นนี้คือคอมพิวเตอร์สวมข้อมือระดับสุดยอด มาพร้อมแผนที่ SkiView™ ที่โหลดมาให้ล่วงหน้า ครอบคลุมสกีรีสอร์ตกว่า 2,000 แห่งทั่วโลก — รวมถึงเส้นทางอย่างละเอียดในโซน Cortina d’Ampezzo — แสดงชื่อเส้นทางและระดับความยากแบบเรียลไทม์บนข้อมือ
ออกแบบตามมาตรฐานทหาร (MIL‑STD‑810) เพื่อทนต่ออุณหภูมิสุดขั้วและแรงกระแทก fēnix 8 ยังสามารถวัดค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด (Pulse Ox) เพื่อติดตามการปรับตัวของร่างกายเมื่ออยู่บนที่สูงของเทือกเขา Dolomites แบตเตอรี่ยืดอายุการใช้งานด้วยระบบชาร์จพลังงานแสงอาทิตย์ ขณะที่ตัวเรือนไฟเบอร์‑รีอินฟอร์ซพอลิเมอร์สุดแกร่งช่วยเสริมความทนทาน แม้ในวันที่ใช้เวลาบนภูเขายาวนานที่สุด เทคโนโลยีเรือนนี้ก็ยังไว้ใจได้ ไม่ดับไปในจังหวะที่คุณต้องพึ่งพามันที่สุด



