จากไมค์ถึงมอเตอร์: เมื่อ ‘TRINITY’ พิสูจน์ว่า will.i.am ไม่ได้แค่ออกแบบยานพาหนะ แต่กำลังดีไซน์อนาคตของตัวเอง
แรปเปอร์คนดังให้สัมภาษณ์กับ Hypebeast ถึงยานยนต์ไฟฟ้าสามล้อรุ่นใหม่ ที่เขาหวังให้เป็นจุดเริ่มต้นของขบวนการใหม่ว่าด้วยทุนทางวัฒนธรรมและการเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง
สัปดาห์ที่แล้วที่ลาสเวกัส William Adams หรือที่ทั้งโลกคุ้นกันในชื่อ will.i.am เปิดตัว “TRINITY” ยานยนต์ไฟฟ้าสามล้อที่ออกแบบมาเพื่อคิดใหม่เรื่องการสัญจรในเมือง โดยผสมความปราดเปรียวแบบมอเตอร์ไซค์เข้ากับความปลอดภัยระดับรถยนต์ ตัวรถหน้าตาเหมือนคอนเซ็ปต์คันหลุดมาจากโลกไซเบอร์พังก์พอๆ กับการเป็นโซลูชันสำหรับเมืองยุคใหม่ และยังเป็นบทล่าสุดในเส้นเรื่องเทคโนโลยีที่มีฟรอนต์แมนแห่ง Black Eyed Peas ยืนอยู่ใจกลาง ตั้งแต่โปรเจกต์ wearable กับ Gucci ในปี 2015 ไปจนถึงรถยนต์ล้ำอนาคตร่วมกับ Mercedes-Benz ความสนใจของ Adams นอกเหนือจากดนตรีถูกบันทึกไว้ชัดเจนมานานแล้ว
ด้วย TRINITY Adams ขยับจากที่นั่งผู้โดยสารในวัฒนธรรมยานยนต์ มานั่งฝั่งคนขับในโลกการผลิตจริงๆ ยานยนต์ไฟฟ้าสามล้อคันนี้เร่งจาก 0–60 ไมล์ต่อชั่วโมงได้ภายในแค่สองวินาที และถูกออกแบบมาเพื่อล้มระบบเดิมที่ทั้ง “อันตราย” และไร้ประสิทธิภาพ
“ลองนึกถึง FedEx, UPS แล้วก็ Amazon ที่ส่งของด้วยรถคันใหญ่ แต่มีแค่คนขับคนเดียวกับพัสดุเล็กๆ ดูสิ ลองคิดดูว่ามันสร้างความหนาแน่นการจราจรให้เมืองขนาดไหน แล้วยังคนที่ต้องปั่นจักรยานหรือขี่มอเตอร์ไซค์เสี่ยงตายบนถนนอีก ของพวกนั้นแม่งโคตรอันตรายเลย”
และตอนนี้เขาก็มองไปข้างหน้าแล้ว จากที่โปรเจกต์ก่อนๆ เคยดูเหมือนการทดลองครีเอทีฟแบบจำกัดกรอบกับเมซองหรูหรือยักษ์ใหญ่สายเทค TRINITY กลับให้ความรู้สึกเหมือนภารกิจส่วนตัว สำหรับเขา TRINITY ไม่ใช่ของทำเล่นชิ้นเดียวจบ
“คุณรู้ใช่ไหมว่าคุณพิมพ์พรอมต์ให้ LLM แล้วมันก็สร้างคำตอบออกมาได้? คุณทำแบบเดียวกันกับชีวิตได้เลย คุณใส่พรอมต์ให้มันได้ แต่แทนที่จะเป็นภาษา ก็เปลี่ยนเป็น ‘ผู้คน’ แทน คุณใช้ผู้คนในการพรอมต์ชีวิตตัวเอง และคนเหล่านั้นนี่แหละคือผลลัพธ์ของการที่ความฝันคุณกลายเป็นจริง แล้ว GPU ที่ใช้รันชีวิตแบบนั้นก็ชื่อว่าโลกใบนี้ มันก็เหมือนกันเลยใช่ไหม?”
แรงบันดาลใจของเขามาจากการลงทุนใน Tesla เมื่อปี 2006 (“ก่อนที่ Tesla จะปล่อย Roadster… ผมเห็นมากับตาแล้วว่าเงิน 80,000 ดอลลาร์โตไปได้ไกลแค่ไหน”) และการเติบโตแบบพุ่งทะยานของภาคยานยนต์ไฟฟ้าในจีน will.i.am ยืนยันชัดกับ Hypebeast ว่าโปรเจกต์นี้ไม่ใช่แค่แก็ดเจ็ตอีกชิ้น แต่คือ “โอกาสจริงๆ ในการเปลี่ยนเนื้อแท้ของคอมมูนิตี้เรา”
วิสัยทัศน์ของเขาคืออยากให้บริษัทดำเนินงานบนโมเดลธุรกิจที่ฝังรากอยู่กับการดูแลและสืบต่อมรดกวัฒนธรรม ซึ่งเขาเรียกว่า “Voltron movement” ก้าวข้ามวัฒนธรรมคอลลาบ เขามองเห็นอนาคตที่ TRINITY จะถูกทำแฟรนไชส์ให้กับ “แชมป์เปี้ยน” แห่งคอมมูนิตี้ในแต่ละพื้นที่
“ไม่ใช่คอลลาบ” เขาย้ำชัด “คือความเป็นเจ้าของ คอลลาบมันเป็นเรื่องเมื่อวานนี้แล้ว” ใครก็ตามที่ทำงานกับเขาจะได้ “ถือชิ้นส่วนความเป็นเจ้าของ” เขาบอก TRINITY ใน Virginia? ก็ต้อง Pharrell แน่นอน New York? Nas แล้ว London ล่ะ? “Skepta” เขาตอบแบบไม่ต้องคิด
“เรากำลังพูดถึงพวกเรา” เขาว่า “เข้าใจไหม มันคือสิ่งที่สวยที่สุดเลยนะ แบบผมอินมากจริงๆ พี่ ช่วงก่อนผมเพิ่งได้ข้อความหนึ่งมา” เขาพูดต่อพร้อมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาให้ดู ข้อความนั้นเขียนว่า “ยินดีกับ TRINITY นะพี่ชาย เดินหน้าต่อไป อย่าก้มหน้า อย่ามองย้อนกลับ” ข้อความนั้นมาจาก Pharrell “ผมมอง Pharrell เป็นแรงบันดาลใจมาตลอดอาชีพ” will.i.am ยอมรับ “มันมีความหมายกับผมแบบสุดๆ”
“มันต้องเป็นการเคลื่อนไหวของ ‘พวกเรา’ จริงๆ” เขาย้ำ “คน Black และ brown จากแกนกลางของเรื่องเลย”
นั่นแหละคือเหตุผลที่เขาเลือกระดมทุนแบบ crowdfunding แทนที่จะไปพึ่งเส้นทาง VC แบบดั้งเดิม
“ผมลงทุนใน Tesla ตั้งแต่ปี 2006 ก่อนที่เขาจะปล่อย Roadster ด้วยซ้ำ ผมเห็นมากับตาว่าเงิน 80,000 ดอลลาร์มันงอกเงยไปได้ไกลแค่ไหน
“แล้วผมจะหาเงินลงกับรถล็อตแรกยังไงดีล่ะ?” เขาตั้งคำถาม “ผมควรไปหา VC ไหม? หรือควรขายหุ้น Tesla ตัวเองมาลงโปรเจกต์นี้? ผมก็ทำได้นะ หรือผมควรกลับไปหาคอมมูนิตี้แล้วพาทุกคนมาร่วมด้วยมากกว่า? นั่นแหละคือทางเลือกที่สมเหตุสมผลที่สุด ต้องเป็นพวกเราเท่านั้น”
TRINITY ถูกสร้างมาเพื่อเมืองที่หนาแน่น มันอยู่กึ่งกลางระหว่างหลายหมวดหมู่—ทั้งเร็ว กะทัดรัด และออกแบบมาเพื่อลดความเสี่ยงที่มักมาพร้อมการเดินทางแบบสองล้อ “มอเตอร์ไซค์มันอันตราย” will.i.am เชื่อแบบนั้น “แต่นี่คือยานพาหนะที่เคลื่อนตัวได้เหมือนมอเตอร์ไซค์ แต่ให้ความปลอดภัยแบบรถยนต์”
แต่สิ่งที่แยก TRINITY ออกจากทุกอย่างจริงๆ คือความฉลาดของมัน—และใครคือคนที่ได้กำหนดมุมมองนั้น “ตอนนี้พวก AI เหล่านี้ยังไม่มีจุดยืนของตัวเอง” เขาบอก “มันเต็มไปด้วยอคติ” คำตอบของเขาคือความโลคัลแบบสุดทาง “ถ้ายานพาหนะถูกสร้างโดยคนในคอมมูนิตี้ รถคันนั้นก็จะเข้าใจและเห็นใจคอมมูนิตี้ได้มากกว่า เพราะเป็นคอมมูนิตี้เองที่หล่อหลอมมุมมองให้มัน” หลักคิดเดียวกันนี้ขยายไปถึงเรื่องตำรวจด้วย “ในที่สุด รถตำรวจทุกคันก็จะมีเอเจนต์อยู่ข้างใน” เขาเสริม “แต่ใครกันคือคนที่สร้างมุมมองนั้นให้มัน?”
โดยมีพาร์ตเนอร์อย่าง NVIDIA, Qualcomm และWest Coast Customs, TRINITY เป็นโปรเจกต์ด้านการศึกษาไม่แพ้เรื่องการเคลื่อนที่ “เราสามารถไปที่ Watts, South Bronx, Fifth Ward ได้เลย” เขาว่า พร้อมเสริมว่าเขาอยากสร้าง “ไมโครไซต์ที่ทั้งสร้างและสอนคนในพื้นที่”
ตลอดทุกขั้นตอน “วัฒนธรรม” ยังเป็นเส้นเลือดที่เชื่อมทุกอย่างเข้าหากัน ตั้งแต่การโปรดิวซ์เพลงแคมเปญไปจนถึงตัดต่อภาพบนมือถือของตัวเอง—“โฆษณาทั้งชิ้นผมตัดต่อด้วยนิ้วโป้งนี่แหละ”—will.i.am เลือกจะกุมบทผู้สร้างไว้ในมือ ชื่อแคมเปญ “Haters Gonna Say It’s Fake” ก็วางหมากมาอย่างมีเจตนา “ผมจะเผชิญหน้ากับมันตรงๆ” เขาบอก “นี่ของจริงล้วนๆ คุณจะมองยังไงก็เชิญ แต่คุณกำลังเจอกับความเรียลแบบไม่เฟก”
แคมเปญ TRINITY บน Kickstarter เตรียมเปิดตัวภายในเดือนนี้ คุณสามารถลงชื่อที่นี่เพื่อติดตามอัปเดตได้ตลอด



















