Fujifilm เปิดตัว instax mini Evo Cinema กล้องใหม่ดีไซน์เรโทร แรงบันดาลใจจาก FUJICA Single-8 ปี 1965
กล้องอินสแตนต์ไฮบริดรองรับวิดีโอ มาพร้อมเอฟเฟกต์ภาพยนตร์ “Eras Dial” แบบจัดเต็มในขนาดพกพา.
สรุป
- Fujifilm เปิดตัว “instax mini Evo Cinema” กล้องอินสแตนต์แบบไฮบริดที่สามารถถ่ายได้ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอคลิปความยาว 15 วินาที
- อุปกรณ์รุ่นนี้มาพร้อม “Eras Dial” ที่ให้เลือกเล่นเอฟเฟกต์ภาพและเสียงสุดครีเอทีฟถึง 10 สไตล์ แรงบันดาลใจจากยุคไอคอนิกอย่างทศวรรษ 1960 และ 1980
- ดีไซน์กริปแนวตั้งกลิ่นอายเรโทรที่อ้างอิงจาก FUJICA Single-8 รุ่นปี 1965 ผสานเสน่ห์คลาสสิกเข้ากับการแชร์ผ่าน QR code สุดล้ำ
Fujifilm ขยายไลน์ “Evo series” อันทรงเกียรติอย่างเป็นทางการด้วยการเปิดตัว instax mini Evo Cinema รุ่นใหม่ โดยจะประเดิมวางจำหน่ายที่ญี่ปุ่นในวันที่ 30 มกราคม กล้องไฮบริดตัวนี้ทำหน้าที่เชื่อมโลกของภาพนิ่งแบบดั้งเดิมเข้ากับภาพเคลื่อนไหว ด้วยการผสานฟังก์ชันบันทึกวิดีโอลงในฟอร์แมตอินสแตนต์ ทำให้ Fujifilm ก้าวข้ามกรอบของภาพนิ่ง เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ฝังข้อมูลวิดีโอดิจิทัลลงบนภาพปริ้นต์จริงผ่าน QR code ที่ระบบสร้างให้อัตโนมัติ
จุดเด่นของ mini Evo Cinema คือ “Eras Dial” ศูนย์ควบคุมครีเอทีฟที่ให้ผู้ใช้สลับฟิลเตอร์เฉพาะยุคได้ถึง 10 แบบ ตั้งแต่ลุคดิบ ๆ แบบฟิล์ม 8mm ยุค 1960 ไปจนถึงเท็กซ์เจอร์จัดจ้านแนวจอ CRT ยุค 1970 โดยแต่ละเอฟเฟกต์จะมาคู่กับเสียงประกอบที่ผ่านการประมวลผล — รวมถึงเสียงเครื่องฉายฟิล์มหมุนอันชวนให้คิดถึง — สร้างประสบการณ์ “ย้อนเวลาข้ามยุค” แบบรับรู้ได้หลายมิติ เมื่อแต่ละเอฟเฟกต์ยังปรับระดับได้ 10 สเต็ป กล้องจึงมอบมู้ดครีเอทีฟได้สูงสุดถึง 100 แบบ ควบคุมผ่านปุ่มหมุนสัมผัสแนวอนาล็อกที่ให้ฟีลคลิกหนึบมือสุดเพลิน
ในเชิงโครงสร้าง กล้องรุ่นนี้คือจดหมายรักถึงมรดกของ Fujifilm ตัวบอดี้ทูโทนดำ-เทาใช้ดีไซน์กริปแนวตั้งที่ได้แรงบันดาลใจจาก FUJICA Single-8 ปี 1965 พร้อม “Print Lever” ที่ให้ฟีลเหมือนหมุนฟิล์มแมนนวลแบบดั้งเดิม นอกจากใช้เดี่ยว ๆ ก็ครบทุกฟังก์ชันแล้ว ยังทำหน้าที่เป็นทั้งเครื่องปริ้นต์จากสมาร์ตโฟนและทูลสร้างสรรค์แบบ 3-in-1 อีกด้วย แอปเฉพาะช่วยให้ตัดต่อแบบภาพยนตร์ เพิ่มได้ทั้งเทมเพลตไตเติลเปิดเรื่องและเอนด์เครดิตสไตล์หนัง เพื่อให้ทุกคอนเทนต์ที่ปล่อยออกมาดูเนี้ยบระดับงานฉายโรง
ชมดีเทลกล้องได้จากภาพด้านบน Fujifilm instax mini Evo Cinema เตรียมวางจำหน่ายที่ญี่ปุ่นในวันที่ 30 มกราคมนี้


















