Vin Diesel แง้มบทสุดพิเศษให้ Cristiano Ronaldo ร่วมซิ่งในภาคปิดตำนาน ‘Fast & Furious’

ก่อนหน้านี้ Diesel เคยยืนยันแล้วว่า ภาพยนตร์ภาคนี้จะกลับไปถ่ายทำกันที่ Los Angeles อีกครั้ง

ภาพยนตร์และทีวี
2.3K 1 ความคิดเห็น

สรุป

  • Vin Diesel นักแสดงและผู้อำนวยการสร้างของแฟรนไชส์ได้ยืนยันว่าเขาเขียนบทหนึ่งเอาไว้ให้ซูเปอร์สตาร์ลูกหนัง Cristiano Ronaldo ปรากฏตัวในภาคสุดท้ายFast & Furious ของแฟรนไชส์นี้

  • Diesel ซึ่งเผยข่าวนี้ผ่าน Instagram กำลังใช้พลังความดังระดับโลกอันไร้เทียมทานของ Ronaldo เพื่อการันตีว่าภาคปิดฉากจะได้รับความสนใจถล่มทลาย

  • การเลือกนักแสดงครั้งนี้คือการผสานโลกภาพยนตร์เข้ากับโลกกีฬาอย่างมีนัยสำคัญ ดึงคาแรกเตอร์สายอะดรีนาลีนของ Ronaldo มาเข้าจังหวะกับดีเอ็นเอความยิ่งใหญ่ระดับโลกของแฟรนไชส์นี้อย่างลงตัว

บทสรุปบทสุดท้ายของแฟรนไชส์ Fast & Furious อาจได้เห็นการปรากฏตัวสุดเซอร์ไพรส์แบบที่ไม่เคยมีมาก่อนจากหนึ่งในไอคอนกีฬาอันดับต้น ๆ ของโลก โดยมีรายงานว่า Vin Diesel นักแสดงและผู้อำนวยการสร้างของแฟรนไชส์ได้ลงมือเขียนบทพิเศษให้ซูเปอร์สตาร์ลูกหนัง Cristiano Ronaldo สำหรับภาคปิดฉากนี้โดยเฉพาะ

Diesel เจ้าของชื่อเสียงด้านการดึงทั้งแอ็กชันสตาร์สายมันส์และบุคคลชื่อดังระดับโลกมาแจมในจักรวาล Fast family กำลังใช้คอนเน็กชันของเขากับเจ้าของรางวัล Ballon d’Or 5 สมัยอย่างเต็มที่ แม้ Ronaldo จะมีประสบการณ์ด้านการแสดงไม่มาก แต่ชื่อเสียงระดับโลกและลุคสายอะดรีนาลีนของเขากลับตรงดีเอ็นเอกับความยิ่งใหญ่อลังการและเสน่ห์สากลของแฟรนไชส์นี้แบบเป๊ะ ๆ

ล่าสุด Diesel โพสต์ภาพคู่กับ Ronaldo ลงบน Instagram พร้อมแคปชันว่า “ทุกคนถามกันตลอดว่าเขาจะเป็นส่วนหนึ่งของตำนาน Fast ไหม… บอกเลยว่าเขาของจริง เราเขียนบทให้เขาแล้ว…” การแคสต์ครั้งนี้คือการผสานโลกภาพยนตร์และโลกกีฬาเข้าด้วยกันอย่างเด่นชัด การันตีได้ถึงกระแสความสนใจมหาศาลสำหรับภาคจบที่ทุกคนรอคอย การได้ Ronaldo เข้าร่วมโปรเจกต์ยังสะท้อนว่า Diesel และทีมสร้างกำลังทุ่มสุดตัวเพื่อให้หนังภาคสุดท้ายออกมายิ่งใหญ่และอินเตอร์ที่สุด ผสมพลังแอ็กชันสไตล์ฮอลลีวูดเข้ากับพลังดึงดูดมหาศาลของนักกีฬาระดับโลก แม้ตอนนี้รายละเอียดของตัวละครและขนาดบทจะยังถูกเก็บเงียบ แต่แค่ไอเดียที่ตำนานลูกหนังจะมาเป็นส่วนหนึ่งของ “The Family” ก็ทำเอาแฟน ๆ ทั่วโลกตื่นเต้นกันไปไกลแล้ว

 

ชมโพสต์นี้บน Instagram

 

โพสต์ที่แชร์โดย Vin Diesel (@vindiesel)

อ่านบทความเต็ม