สรุป
-
Snoop Dogg ถูกทาบทามให้ขึ้นเป็นศิลปินเฮดไลน์โชว์พักครึ่งเกมระหว่าง Minnesota Vikings ปะทะ Detroit Lions ซึ่งจะออกอากาศให้ชมแบบเอ็กซ์คลูซีฟบน Netflix เท่านั้นในวันคริสต์มาสนี้
-
การแสดงของไอคอนฝั่ง West Coast คนนี้คือหัวใจของอีเวนต์ NFL Christmas Day Live ครั้งแรกของ Netflix สะท้อนชัดว่าสตรีมมิงแพลตฟอร์มรายนี้เอาจริงกับการรุกคอนเทนต์กีฬาไลฟ์ระดับบิ๊กเนม
-
ด้วยการดึง Snoop มาร่วมในศึกชี้ชะตาโซน NFC North ครั้งนี้ Netflix ตั้งใจจะสร้างโมเมนต์เอ็นเตอร์เทนเมนต์สเกล Super Bowl ที่โดนใจทั้งแฟนกีฬาและคอดนตรีทั่วโลก
Netflix เร่งดีกรีความเดือดให้การถ่ายทอดสด NFL ในวันคริสต์มาสครั้งแรก ด้วยการดึงตำนานอย่าง Snoop Dogg มาขึ้นเป็นเฮดไลน์โชว์พักครึ่ง ขณะที่สตรีมมิงยักษ์ใหญ่กำลังเตรียมรับหน้าที่ถ่ายทอดศึกใหญ่ระหว่าง Minnesota Vikings พบกับ Detroit Lions การมี D-O-Double-G อยู่ในไลน์อัปคือการการันตีว่าเทศกาลปลายปีนี้จะร้อนแรงไม่แพ้ทัชดาวน์บนสนาม และจะอัดแน่นไปด้วยกลิ่นอาย West Coast hip-hop แบบจัดเต็ม
โชว์ครั้งนี้ซึ่งจะจัดขึ้นในอีเวนต์ยักษ์ “Christmas Day Live” ของ Netflix ถูกคาดหวังให้เป็นสเปกแทเคิลแบบภาพยนตร์ Snoop ที่เพิ่งสร้างไวรัลจากบทบาทคอมเมนเตเตอร์สุดฮาใน Paris Olympics มาพร้อมพลังความเป็น “Unc” ที่ทั้งขี้เล่น อบอุ่น และเชื่อมคนต่างเจเนอเรชันเข้าไว้ด้วยกัน แฟน ๆ เตรียมรับเมดลีย์เพลงฮิตอมตะของเขา พร้อมลุ้นแขกรับเชิญสายเซอร์ไพรส์จากลิสต์คอลแลบยาวเหยียดของเจ้าตัว การคว้าซูเปอร์ไอคอนระดับนี้มาร่วมงานคือสารชัดเจนจาก Netflix ว่า พวกเขาไม่ได้แค่ถ่ายทอดเกมกีฬา แต่กำลังสร้างโมเมนต์เอ็นเตอร์เทนเมนต์ระดับโกลบอลที่ออกแบบมาให้ทัดเทียมอิทธิพลทางวัฒนธรรมของ Super Bowl
ก้าวนี้เกิดขึ้นในจังหวะสำคัญที่ Netflix กำลังบุกสมรภูมิกีฬาไลฟ์อย่างจริงจัง ท่ามกลางผู้ชมหลักล้านจากทั่วโลกที่คาดว่าจะรอดู โชว์พักครึ่งของ Snoop Dogg จะทำหน้าที่เป็นคอนเทนต์สุด “หนึบ” ที่ดึงคนให้นั่งติดจอแม้ในช่วงพักครึ่งเกม เมื่อประกบพลังสตาร์อย่าง Patrick Mahomes บนสนาม เข้ากับเสน่ห์ของ Snoop Dogg บนสเตจ Netflix จึงพร้อมส่งมอบไลฟ์พิเศษช่วงวันหยุดที่ผู้ชมจะพูดถึงกันอีกยาวนานหลังเสียงนกหวีดสุดท้ายดังขึ้น



