Legend of Aang: The Last Airbender ลงจอสตรีมมิงตรงบน Paramount+ แบบเอ็กซ์คลูซีฟ
ขนทัพนักพากย์ตัวท็อประดับฮอลลีวูด นำทีมโดย Taika Waititi, Ke Huy Quan, Freida Pinto, Steven Yuen, Dave Bautista และอีกมากมาย
สรุป
- ภาพยนตร์ Legend of Aang ประกาศยกเลิกกำหนดฉายในโรงภาพยนตร์อย่างเป็นทางการ เพื่อเปิดตัวแบบเอ็กซ์คลูซีฟบน Paramount+ เพียงที่เดียว
- ภาพยนตร์เรื่องนี้จัดเต็มทีมนักพากย์ชุดใหม่ระดับออลสตาร์ อาทิ Ke Huy Quan และ Taika Waititi พาผู้ชมติดตาม Team Avatar วัยผู้ใหญ่ในภารกิจปกป้องมรดกสุดท้ายของวัฒนธรรม Air Nomad
- นอกจากภาพยนตร์แล้ว Paramount+ ยังจะกลายเป็นบ้านเอ็กซ์คลูซีฟให้กับ Avatar: Seven Havens, ซีรีส์ใหม่แกะกล่องที่ติดตามเรื่องราวของ Avatar สายธาตุดินในโลกหลังยุค Korra
นับเป็นการพลิกเกมครั้งใหญ่สำหรับโปรเจ็กต์แอนิเมชันที่แฟนๆ ทั่วโลกตั้งตารอที่สุดเรื่องหนึ่งในทศวรรษนี้ เมื่อ Paramount Pictures ตัดสินใจถอด The Legend of Aang: The Last Airbender ออกจากตารางฉายในโรงภาพยนตร์ เดิมทีภาพยนตร์ความยาวเต็มเรื่องจาก Avatar Studios เรื่องนี้ถูกวางตัวให้จุดกระแสบนจอใหญ่ แต่ล่าสุดจะเปลี่ยนมาฉายรอบปฐมทัศน์แบบเอ็กซ์คลูซีฟผ่านบริการสตรีมมิงบน Paramount+ เท่านั้น การขยับหมากครั้งนี้สะท้อนยุทธศาสตร์ระยะยาวในการปักหมุดแพลตฟอร์มให้กลายเป็นศูนย์กลางระดับโลกของจักรวาล “Airbender” โดยโฟกัสการเติบโตของจำนวนสมาชิกเหนือกว่ารายได้ตั๋วหนังแบบดั้งเดิม
กำกับโดย Lauren Montgomery ร่วมกับ William Mata และ Steve Ahn ภาพยนตร์เรื่องนี้จะพาแฟนๆ กลับมาพบ Aang และผองเพื่อนในวัยผู้ใหญ่ หลายปีหลังตอนจบของซีรีส์ต้นฉบับ เรื่องราวว่าด้วยการเดินทางระดับโกลบอลของ Avatar เพื่อปกป้องพลังโบราณที่เป็นกุญแจสำคัญในการสืบรักษาอารยธรรมของเขาให้คงอยู่ เพื่อให้สมกับสเกลของบทใหม่ครั้งนี้ Paramount จึงจัดกองทัพนักพากย์แถวหน้า นำโดย Taika Waititi, Ke Huy Quan, Freida Pinto และ Geraldine Viswanathan เสริมทัพกับ Dave Bautista ที่ประกาศมาก่อนหน้าในบทวายร้ายตัวฉกาจ และ Eric Nam ผู้ให้เสียง Aang วัยผู้ใหญ่
แม้การพลาดประสบการณ์ดูหนังในโรงจะสร้างเสียงถกเถียงในหมู่ “Gaang” แต่การตัดสินใจครั้งนี้ก็มาพร้อมข่าวเปิดตัว ‘Avatar: Seven Havens’ ซีรีส์แอนิเมชัน 2D เรื่องใหม่ที่ติดตาม Avatar ธาตุดินหลังยุค Korra เมื่อผูกทั้งภาพยนตร์และซีรีส์ภาคใหม่ไว้ในไลบรารีดิจิทัลของตัวเอง Paramount+ ก็กำลังวางเดิมพันครั้งใหญ่บนพลังโนสตัลเจียข้ามเจเนอเรชันของแฟรนไชส์ เพื่อขับเคลื่อนยุคใหม่ของงานเล่าเรื่องสายแอนิเมชัน



















