แด่ Le FLEUR* ตลอดไป
เมื่อ Tyler, the Creator ประกาศปิดฉากไลน์เสื้อผ้าลักชัวรีของตัวเอง เราชวนย้อนไทม์ไลน์ทุกลุคแรร์ ๆ แคมเปญเดือด และโมเมนต์สำคัญของ Le FLEUR* ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา
วันที่ 3 ธันวาคม 2025 Tyler, the Creator ออกมาประกาศผ่าน Instagram ว่าเขาจะยุติแบรนด์เสื้อผ้า le FLEUR* ลง แต่ศิลปินมากความสามารถคนนี้ก็ย้ำชัดว่า น้ำหอม แอ็กเซสซอรี่ และโปรเจกต์คอลแลบอเรชันบางส่วนจะยังเดินหน้าต่อไป เพียงแค่จะไม่มี “คอลเล็กชันเสื้อผ้าแบบเต็มไลน์อีกต่อไป”
ดูโพสต์นี้บน Instagram
เมื่อ Tyler เปิดตัวคอลเล็กชัน GOLF le FLEUR* x Converse ครั้งแรกในปี 2017 ตอนนั้นยังไม่พัฒนาเป็นแบรนด์เต็มตัว ทว่าหลังจากคอลแลบแรกประสบความสำเร็จ โปรเจกต์นี้ก็เติบโตไม่หยุด จนในปี 2019 แบรนด์ GOLF le FLEUR* ได้ขยับขยายเป็นไลน์เสื้อผ้าอิสระเต็มรูปแบบ ก่อนต่อยอดไปทำทุกอย่างตั้งแต่รสไอศกรีม น้ำหอมประจำตัว ไปจนถึงแว่นตาแฟชั่น
จนถึงปี 2021 แร็ปเปอร์ผู้ผันตัวมาเป็นดีไซเนอร์ก็สร้างลายเซ็นด้านภาพและสไตล์ดีไซน์ที่ชัดเจน: โทนพาสเทล ลักชัวรีกลิ่นอายพรีปปี้ และแม็กซิมัลลิซึมที่ดูมีรสนิยม ซิลูเอตหลักของเขา ทั้งเสื้อกั๊กนิต เสื้อเชิ้ตตัดเย็บเนี้ยบ และแจ็กเก็ตวินเทจ กลายเป็นชิ้นที่เห็นปุ๊บรู้ปั๊บ มักเล่นกับลายดอกเรโทรหรือลายเสือในโทนสีสดแบบดอปามีน และในปีเดียวกันนั้นเอง Tyler ก็พา le FLEUR* ออกมา “IRL” ผ่านป็อปอัพคอนเซ็ปต์ใหม่ในรูปแบบโมบายที่เคลื่อนที่ไปตามโลเคชันต่าง ๆ ทั่ว Greater Los Angeles
นับตั้งแต่เริ่มต้น แบรนด์นี้ก็อัดแน่นไปด้วยโปรเจกต์คอลแลบอเรชันมากมาย ตั้งแต่การร่วมงานกับ Lacoste ครั้งแรก แคปซูลคอลเล็กชันกับ Louis Vuitton แจ็กเก็ตกับ Schott NYC ยาทาเล็บกับ Humanrace ของ Pharrell ไปจนถึงเท็กซ์ไทล์แต่งบ้านกับทั้ง Pendleton และ Parachute นอกจากนั้น แบรนด์ของ Tyler เองยังพัฒนาน้ำหอมซิกเนเจอร์ในชื่อ French Waltz พร้อมทั้งเคสเดินทางและแว่นตาออกมาด้วย
ลุคและเอกลักษณ์ของ le FLEUR* ตัดกับไลฟ์สไตล์แบรนด์แรกของเขาอย่าง Golf Wang (อ้างอิงจากคอลเล็กทีฟ Odd Future) ซึ่งเปิดตัวในปี 2011 อย่างชัดเจน เมื่อก้าวข้ามธีมหม่นมืดแบบงานยุคแรก le FLEUR* ก็หันมาเล่าเรื่องด้วยโทนละมุน อ่อนโยน ใกล้เคียงกับบรรยากาศของอัลบั้มปี 2017 อย่าง “Flower Boy”
จากการก้าวข้ามฮูดดี้กราฟิกและเชิ้ตคอค่ายพิมพ์ลายแบบ Golf Wang แบรนด์ก็พัฒนาภาษาใหม่ของความเป็น ‘ลักชัวรี’ ที่สอดรับกับวิสัยทัศน์เฉพาะตัวของเขา ผ่าน le FLEUR* Tyler ไม่ได้แค่ขยายกรอบความเป็นศิลปินของตัวเองเท่านั้น แต่ยังผลักดันให้เซนส์ที่แตกต่างของเขากลายเป็นที่นิยม ถ่ายทอดภาพของเมนส์แวร์ที่อ่อนโยนขึ้นแต่ยังกล้าหาญไม่แพ้เดิม และขยายไปไกลกว่านั้นด้วย
ในข้อความสุดซึ้งที่โพสต์บน Instagram ซึ่งสอดแทรกการขอบคุณเหล่าคอลแลบอเรเตอร์มากมาย เขาเรียกการทำเสื้อผ้าว่าเป็น “แพสชันอันดับสอง” ของตัวเอง พร้อมทิ้งท้ายว่า “มันคือภาษาที่ผมอยากสร้างขึ้นมา แต่ตอนนี้ถึงเวลาต้องค่อย ๆ ผ่อนแรงจากการสื่อสารแล้ว”
GOLF le FLEUR* Season Four คอลเล็กชันสุดท้าย เตรียมวางจำหน่ายผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของแบรนด์บน เว็บสโตร์. ติดตาม Hypebeast ต่อไปเพื่ออัปเดตข่าวสารและอินไซต์ล่าสุดจากอุตสาหกรรมแฟชั่น



















