Johan Renck นั่งแท่นผู้กำกับซีรีส์คนแสดง Assassin's Creed ของ Netflix
Renck เป็นที่รู้จักจากผลงานมินิซีรีส์ Chernobyl บน HBO ที่คว้ารางวัล Emmy มาครอง
สรุป
-
Johan Renck ผู้กำกับวิสัยทัศน์จัดอยู่เบื้องหลังมินิซีรีส์สุดกวาดรางวัลอย่าง Chernobyl, ล่าสุดได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการให้มารับหน้าที่กำกับ Assassin’s Creed เวอร์ชันไลฟ์แอ็กชันให้กับ Netflix
-
โปรดักชันครั้งนี้ได้สองนักแสดงนำอย่าง Toby Wallace และ Lola Petticrew เสริมทัพด้วยทีมนักแสดงมากฝีมือจากดราม่าคำชมถล่มทลายหลายเรื่อง
-
โปรเจ็กต์นี้เป็นความร่วมมือระหว่าง Netflix และ Ubisoft ที่มุ่งยกระดับและนิยามศักยภาพของแฟรนไชส์เกมระดับโลกในรูปแบบไลฟ์แอ็กชันขึ้นใหม่
Netflix กำลังลับคม “Hidden Blade” ด้วยการอัปเกรดด้านครีเอทีฟครั้งใหญ่ให้กับโปรเจ็กต์ที่แฟน ๆ ทั่วโลกจับตารออย่าง Assassin’s Creed ฉบับซีรีส์ไลฟ์แอ็กชัน แพลตฟอร์มสตรีมมิงยักษ์ใหญ่ได้ดึงตัวผู้กำกับเจ้าของรางวัล Emmy อย่าง Johan Renck มาคุมบังเหียน ชี้ชัดว่าซีรีส์ชุดนี้จะเดินหน้าในโทนจริงจัง ดิบเข้ม แบบดราม่าระดับพรีเมียมให้สมกับจักรวาล Ubisoft อันยิ่งใหญ่
Renck เป็นที่รู้จักมากที่สุดจากผลงานกำกับสุดประณีตในมินิซีรีส์ของ HBO เจ้าของรางวัล Emmy อย่าง Chernobyl, ที่งานกำกับซึ่งอัดแน่นด้วยบรรยากาศกดดันและความตึงเครียดทำให้เขาได้รับเสียงชื่นชมจากนักวิจารณ์อย่างล้นหลาม การมารับไม้ต่อครั้งนี้จึงส่งสัญญาณว่า Assassin’s Creed เวอร์ชันซีรีส์จะดึงเอารากเหง้าทางประวัติศาสตร์อันเข้มข้นและด้านมืดของเหล่า Brotherhood มาเล่าแบบถึงแก่น มากกว่าจะเล่นกับภาพแอ็กชันสวยจัดเพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกันทีมงานก็กำลังรวบตึงนักแสดงแถวหน้ามาไว้ในโปรเจ็กต์ นำโดย Toby Wallace (Euphoria) และ Lola Petticrew (Say Nothing) มานำทีมแสดง ร่วมด้วยนักแสดงหลักประจำซีรีส์อย่าง Zachary Hart (Slow Horses) และ Laura Marcus (Death by Lightning) รวมเป็นไลน์อัปดาวรุ่งที่พร้อมจะปลุกโลกแห่ง Animus ให้มีชีวิตขึ้นมาจริงบนหน้าจอ
แม้เส้นเรื่องจะยังถูกเก็บเป็นความลับอย่างแน่นหนา แต่การเข้ามาของ Renck ก็ชี้ชัดว่านี่จะเป็นโปรดักชันที่ให้เกียรติและซื่อตรงกับตำนานอันซับซ้อนของความขัดแย้งระหว่าง Templar และ Assassin อย่างถึงแก่น ด้วยการสลัดภาพ “หนังดัดแปลงจากเกม” แบบเดิม ๆ แล้วมุ่งหน้าไปสู่พลังทางภาพยนตร์เข้มข้นในแบบที่ Renck ถนัด ทำให้ Netflix กำลังกางหมากให้ Assassin’s Creed กลายเป็นซีรีส์ฟอร์มยักษ์เรื่องต่อไปของแพลตฟอร์ม


















