10 เกมยอดเยี่ยมแห่งปี 2025 ที่เกมเมอร์ห้ามพลาด

ย้อนไปสำรวจเกมสุดล้ำที่เขย่าวงการ และกลายเป็นหมุดหมายสำคัญของปีทองแห่งการเล่นเกม 2025

เกม
6.9K 2 ความคิดเห็น

ปี 2025 ถือเป็นปีที่น่าจดจำสำหรับเกมเมอร์อย่างไม่ต้องสงสัยเลยทีเดียว อัดแน่นไปด้วยไลน์อัปเกมใหม่คุณภาพสูงที่โดดเด่นเป็นพิเศษ ไล่ตั้งแต่ภาคต่อฟอร์มยักษ์ที่ภาพสวยตะลึง ไปจนถึงเกมอินดี้สุดเซอร์ไพรส์ที่กล้าผลักเพดานเกมเพลย์สุดล้ำ และถึงขั้นเขย่ามาตรฐานความคาดหวังของผู้เล่นในทุกแนวเกม เพื่อฉลองปีอันยอดเยี่ยมนี้ เราขอพาย้อนดู 10 เกมที่ดีที่สุดแห่งปี 2025 — ผลงานที่ยกระดับความบันเทิงแบบดื่มด่ำ และจะยังคงหล่อหลอมวัฒนธรรมเกมไปอีกหลายปีข้างหน้า

Kingdom Come: Deliverance II

วันวางจำหน่าย: 4 กุมภาพันธ์

ปี 2025 เปิดฉากด้วยภาคต่อของหนึ่งในซีรีส์ Action RPG แนวประวัติศาสตร์ที่สมจริงและชวนดื่มด่ำที่สุด พาเราเข้าไปอยู่กลางยุโรปยุคกลางอย่างเต็มตัว ภาคใหม่นี้สานต่อเรื่องราวจากเกมแรก พาผู้เล่นย้อนกลับไปยังแคว้นโบฮีเมียในศตวรรษที่ 15 ท่ามกลางไฟสงครามกลางเมือง ผู้เล่นจะได้สำรวจโลกโอเพนเวิลด์ขนาดใหญ่ผ่านมุมมองบุคคลที่หนึ่ง โดยมีแกนหลักคือระบบต่อสู้ด้วยดาบที่สมจริง การตัดสินใจเชิงบทบาทสมมติที่ส่งผลอย่างมีนัยสำคัญ และกลไกระบบสังคมยุคกลางสุดซับซ้อน ทั้งหมดรองรับด้วยความเที่ยงตรงทางประวัติศาสตร์อย่างละเอียด สำหรับเกมเมอร์ที่หลงใหลการสวมบทอัศวินในยุโรปยุคกลางแบบสมจริง เกมนี้คือ “ต้องเล่นให้ได้” อย่างแท้จริง

Monster Hunter Wilds

วันวางจำหน่าย: 28 กุมภาพันธ์

ในฐานะภาคต่อโดยตรงของ World เมื่อ 7 ปีก่อน Wilds ก็กลายเป็นหนึ่งในเกมที่ถูกจับตามองมากที่สุดของปี 2025 อย่างไร้ข้อกังขา ภาคใหม่นี้ขัดเกลาสูตรสำเร็จของ World ให้ลื่นไหลยิ่งขึ้น ด้วยโลกโอเพนเวิลด์ไร้รอยต่อ การต่อสู้ที่รวดเร็วกว่าเดิม และล็อบบี้ออนไลน์ที่รองรับผู้เล่นได้มากขึ้น ทำให้ Wilds มอบประสบการณ์ล่าแย้ที่ทันสมัยและคล่องตัวกว่าเดิม สำหรับมือใหม่ แก่นของซีรีส์ Monster Hunter คือการรับภารกิจสุดอันตราย เพื่อตามล่าและกำจัดมอนสเตอร์ยักษ์ทรงพลังในสภาพแวดล้อมขนาดใหญ่ที่เคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา พร้อมอาวุธซับซ้อนหลากหลายประเภทและชุดเกียร์ที่ปรับแต่งได้อย่างอิสระ Wilds จึงเป็นจุดเริ่มต้นชั้นเยี่ยมให้ผู้เล่นหน้าใหม่ได้กระโจนสู่ความระทึกของการล่าอย่างเต็มตัว

Split Fiction

วันวางจำหน่าย: 6 มีนาคม

ต่อยอดจากผลงานอย่าง It Takes Two และ A Way Out, Hazelight Studios ก็กลับมาเสิร์ฟมาสเตอร์พีซแนวเล่นร่วมมือกันอีกครั้ง จนถูกเกมเมอร์ยกให้เป็นหนึ่งในเกม co-op ที่ดีที่สุดแห่งยุค ตัวเกมบังคับให้ผู้เล่นสองคนต้องพึ่งพากันตลอดเวลา ทั้งการไขปริศนาฟิสิกส์สุดซับซ้อน และการฝ่าด่านแพลตฟอร์มมิง ซึ่งทั้งหมดถูกผสานเข้ากับฉากแอ็กชันและยิงสุดเข้มข้นอย่างแนบเนียน หากขาดทีมเวิร์กแม้แต่นิดเดียว เกมก็จะเดินต่อไม่ได้เลย ทำให้มันกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของงานออกแบบเกม co-op เชิงเนื้อเรื่องที่ซับซ้อนและประณีต

Blue Prince

วันวางจำหน่าย: 10 เมษายน

มาต่อกันที่ Blue Prince เกมผจญภัยแนว roguelike ผสมพัซเซิลที่ทลายกรอบแนวเกมเดิม ๆ และสะท้อนความคิดสร้างสรรค์แบบอินดี้อย่างชัดเจน ตัวเกมผสมผสานสูตรสำเร็จของ roguelike เข้ากับองค์ประกอบด้านสถาปัตยกรรมและกลไกเชิงเครื่องกลได้อย่างแปลกใหม่ ผู้เล่นต้องสำรวจคฤหาสน์ต้องมนตร์ที่เปลี่ยนรูปร่างไปเรื่อย ๆ ด้วยการร่างและวางไทล์ห้องเพื่อสร้างเส้นทาง แก้ปริศนาสิ่งแวดล้อม และค่อย ๆ คลี่คลายปมปริศนาหลักของเรื่อง แกนสำคัญคือการจำกัดจำนวน “ก้าว” ต่อวัน ก่อนที่ตัวบ้านจะรีเซ็ตใหม่ ทำให้ต้องวางกลยุทธ์และเน้นการค้นพบอย่างรอบคอบ ดีไซน์นี้สร้างประสบการณ์เชิงปัญญาที่ทำให้ตัวพัซเซิลรู้สึกมีชีวิตและเคลื่อนไหวตลอดเวลา

Clair Obscur: Expedition 33

วันวางจำหน่าย: 24 เมษายน

เจ้าของรางวัลใหญ่ที่สุดจาก The Game Awards 2025 อย่าง Clair Obscur: Expedition 33, คืออีกหนึ่งผลงานเด่นที่น่าทึ่งจากทีมอินดี้ขนาดเล็ก นับตั้งแต่เปิดตัว เกมก็ได้รับเสียงชื่นชมล้นหลามจากการผสานเสน่ห์แบบ JRPG คลาสสิก เข้ากับระบบต่อสู้เรียลไทม์ที่อิงทักษะผู้เล่นอย่างชัดเจน นอกเหนือจากกลไกเกมที่ขัดเกลาอย่างดีแล้ว ยังโดดเด่นด้วยงานอาร์ตอันงดงาม การสำรวจประเด็นเรื่องความตายอย่างลึกซึ้งกินใจ และเนื้อเรื่องที่ตราตรึง เสริมด้วยงานพากย์ระดับเยี่ยม การหลอมรวมระหว่างธีมเข้มข้นและเกมเพลย์ที่เฉียบคม ทำให้มันเป็นเกมที่แฟน JRPG ปีนี้ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

Death Stranding 2: On the Beach

วันวางจำหน่าย: 26 มิถุนายน

ในฐานะภาคต่อแนวแอ็กชัน–ผจญภัยที่แฟน ๆ เฝ้ารอมายาวนานของ Hideo Kojima อย่าง Death Stranding 2: On the Beach ได้รับเสียงชื่นชมอย่างกว้างขวางจากการขัดเกลาระบบเกมเพลย์ส่งของอันเป็นเอกลักษณ์จากภาคแรกให้ลงตัวยิ่งขึ้น ภาคนี้อัปเกรดคุณภาพชีวิตในการเล่นหลายด้าน ยกระดับกราฟิก และเพิ่มสัดส่วนการต่อสู้ที่เข้มข้นขึ้น ทำให้เล่นสนุกและเข้าถึงง่ายกว่าเดิม เป้าหมายหลักของซีรีส์ยังคงเป็นการเดินทางของ Sam ข้ามภูมิประเทศขนาดมหึมาหลังหายนะ เพื่อเชื่อมผู้คนและอารยธรรมให้กลับมาหากันอีกครั้ง ด้วยภาพระดับ next-gen ที่สวยสะกดตา เนื้อเรื่องอารมณ์ลึกที่เต็มไปด้วยตัวละครน่าจดจำ และงานปรับปรุงใหม่รอบด้าน เกมนี้คือหนึ่งในไตเติลที่คุณไม่ควรมองข้าม

Donkey Kong Bananza

วันวางจำหน่าย: 17 กรกฎาคม

Donkey Kong กลับมาอีกครั้งใน Bananza ก็กลายเป็นขวัญใจแฟน ๆ Nintendo แบบเต็มตัว เกมแพลตฟอร์มเมอร์ 3D แบบ sandbox นี้ พาลิงกอริลลาไอคอนิกและคู่หูอย่าง Pauline ออกผจญภัย โดยหัวใจสำคัญคือความสะใจของระบบทำลายล้าง ที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นทุบทำลายสภาพแวดล้อมรอบตัว นอกจากนี้ยังมีระบบแปลงร่างเป็นสัตว์รูปแบบต่าง ๆ เพื่อใช้แก้ปริศนา ต่อสู้กับศัตรู และออกสำรวจพื้นที่ใต้ดินขนาดมหึมา การโฟกัสไปที่ความมันในการทำลาย ความคิดสร้างสรรค์ และการสำรวจ ทำให้เกมนี้เข้ามาเพิ่มมิติที่น่าจดจำให้กับแฟรนไชส์คลาสสิกอย่าง Donkey Kong อย่างลงตัว

Hollow Knight: Silksong

วันวางจำหน่าย: 4 กันยายน

ภาคต่อแนว Metroidvania ที่รอคอยกันมาหลายปีหลังจากเกมต้นฉบับปี 2017 พิสูจน์แล้วว่าคุ้มค่าทุกนาทีที่รอคอย ผู้เล่นจะได้สวมบท Hornet ตัวเอกคนใหม่ ออกสำรวจโลกอันลึกลับและกว้างใหญ่ ที่ขยายขอบเขตจากภาคก่อนแบบก้าวกระโดด แกนหลักของเกมเพลย์คือการเคลื่อนไหวแบบแพลตฟอร์มมิงที่ลื่นไหลราวกายกรรม และระบบการต่อสู้ที่ขัดเกลา มาพร้อมศัตรูที่ซับซ้อนและบอสสุดท้าทาย เกมยังยกระดับขึ้นสู่ชั้นครูในแง่งานศิลป์ ด้วยงานวาดมือในเกมที่สวยงามราวมีชีวิต และตัวละครที่ถูกออกแบบมาพร้อมตำนานเนื้อเรื่องลึกซึ้ง จนสามารถสะกดเกมเมอร์ทั่วโลกให้หลงอยู่ในห้วงโลกของมันได้อย่างเต็มตัว

Hades II

วันวางจำหน่าย: 25 กันยายน

ผลงานจาก Supergiant เกมนี้แทบจะยกระดับแนว roguelike action RPG ให้ถึงจุดสมบูรณ์แบบ กลายเป็นเกมที่ถูกยกย่องสูงที่สุดของปีในหมวดนี้ ตัวเกมขัดเกลาจากภาคก่อนอย่างชัดเจน ด้วยระบบการต่อสู้ที่ลึกกว่าเดิม ตัวเลือกสายบิลด์ตัวละครที่หลากหลายขึ้น และงานอาร์ตที่สวยตรึงตา เนื้อเรื่องโฟกัสไปที่ตัวเอกคนใหม่ Melinoë ธิดาของ Hades เล่าเรื่องการเดินทางอันน่าจดจำของเธอทั่วดินแดนกรีซเพื่อโค่น Chronos ไททันแห่งกาลเวลา เกมได้รับคำชมจากระบบต่อสู้ที่ปรับเล่นได้หลายสไตล์ และการสร้างคาแรกเตอร์ที่มีเสน่ห์ ทำให้มีความน่าเล่นซ้ำสูงมาก พร้อมระบบคอนเทนต์หลังจบเนื้อเรื่องที่อัดแน่น

Ghost of Yōtei

วันวางจำหน่าย: 2 ตุลาคม

ภาคต่อของ Ghost of Tsushima ยังคงสะกดผู้เล่นด้วยฉากหลังญี่ปุ่นศตวรรษที่ 17 อันงดงาม และเกมเพลย์ที่ผสมผสานการลอบเร้น การต่อสู้ และการสำรวจในบทซามูไรได้อย่างกลมกล่อม เพื่อให้เข้ากับไทม์ไลน์ใหม่ เกมได้เพิ่มไอเท็มอย่างปืนไฟและกล้องส่องทางไกล เข้ามาเติมสีสันและความหลากหลายให้ประสบการณ์การเล่น เมื่อเทียบกับภาคก่อน เวอร์ชันนี้โดดเด่นที่การออกแบบกิจกรรมเสริมจำนวนมากให้มีเอกลักษณ์และสนุกในตัวเอง แทนที่จะเป็นเควสต์ย่อยซ้ำ ๆ ไร้น้ำหนัก ความตั้งใจในการสร้างเกมเพลย์ที่หลากหลายเช่นนี้ ทำให้มันกลายเป็นหนึ่งในเกมเอ็กซ์คลูซีฟบน PlayStation 5 ที่ดีที่สุดของปี

อ่านบทความเต็ม