รีวิว ‘The Vince Staples Show’ ซีซัน 2: ซิตคอมเสียดสีสุดหลุดกรอบที่ทั้งโหด มันส์ และโคตรเฉียบ
คอมเมดี้สายพรีเมียมหน้าใหม่กลับมาพร้อมซีซันสองที่ทั้งเฉียบและเข้มข้น ขยี้ความไม่สมเหตุสมผลของความเศร้า ตัวตน และความสำเร็จได้อย่างเจ็บแสบและลงตัว
Vince Staples แร็ปเปอร์ที่ชาวอินเทอร์เน็ตยกให้เป็นหนึ่งในคนตลกที่สุดในเกม กลับมาอีกครั้งพร้อมภาคใหม่ที่ทรงพลังของThe Vince Staples Show บน Netflix คราวนี้ไม่เหมือนซีซันแรกที่ตั้งใจให้เล่าเป็นตอน ๆ ซีซันสองหันมาเล่าเรื่องแบบเส้นตรงแต่ยังแอบเล่นนอกกรอบ เป็นการตัดสินใจเชิงครีเอทีฟที่เฉียบมาก เมื่อมองถึงประเด็นหนัก ๆ อย่างความโศกเศร้า ความสำเร็จ และการค้นหาตัวตนที่ซีรีส์กล้าลงไปแตะในแต่ละตอน
ท่ามกลางยุคที่คอนเทนต์ส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาเอาใจอัลกอริทึมแบบแข็งทื่อThe Vince Staples Show ซีซันสองกลับเปล่งประกายในฐานะดาร์กคอมเมดี้สุดห่ามที่ยอมหลุดวงโคจรจากสูตรสำเร็จเดิม ๆ แบบไม่แคร์ใคร
ความเศร้า เกมชีวิต และ White Bronco สีขาว
ซีซันนี้ ความวุ่นวายทั้งหมดมีจุดกำเนิดที่ชัดเจน: ความโศกเศร้า Vince ยังตั้งหลักไม่ติดจากการจากไปของลุง James Brown ที่เป็นมากกว่าญาติ แต่คืออุปลักษณ์ทางวัฒนธรรม ตัวละครที่อิง O.J. Simpson อย่างเข้มข้น ทั้งเส้นทางสายอเมริกันฟุตบอลและรถ Ford Bronco สีขาว ในฐานะทายาทเพียงคนเดียว Vince ถูกดึงเข้าไปเป็นสมาชิกคลับลับสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ลุงเคยสังกัด คลับที่ในนามถูกสร้างมาเพื่อเชิดชูความเป็นเลิศของคนผิวดำ แต่ในทางปฏิบัติกัลป์กลับมีแต่พนักงานผิวขาว และท้ายที่สุดก็เฉลยว่าคนขาวคุมเกมอยู่เบื้องหลังทั้งหมด มุกหักมุมคือ ที่นั่นแท้จริงแล้วคือ “ลัทธิ” ภายใต้ผู้นำที่มีชื่อชวนสะดุ้งว่า “Massa”
Vince อยู่ในจุดที่มองปราดเดียวก็รู้ว่า “กำลังผ่านอะไรบางอย่างอยู่” ลุคเนี้ยบกริบในซีซันแรกหายไป เขาปล่อยหนวดเคราและผมให้ดกหนา รุงรัง เป็นภาพแทนความโกลาหลในใจที่เจ้าตัวเริ่มยอมรับต่อหน้าคนดู การตายของลุง James ยังบีบให้ Vince ต้องหันมาเผชิญหน้าความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ตึงเครียด พยายามสมานรอยร้าวระหว่างน้องสาว Bri (Naté Jones) กับแม่ Anita (Vanessa Bell Calloway) ที่ทั้งรักลูกสุดหัวใจและพร้อมปะทะคารมกับทุกคนอยู่ตลอด
เมื่อการเป็นไอคอนถูกปฏิเสธ
จุดพลิกผันของซีซันอยู่ตรงที่ Vince ปฏิเสธการเป็นสมาชิกคลับนั้น และหันหลังให้คำสัญญาอาบทองของชื่อเสียงแบบหนึ่งของคนผิวดำ จากนั้นก็สู้สุดแรงเพื่อไปให้ทันงานศพลุง เขาไปถึงในสภาพเลือดอาบ เนื้อตัวสะบักสะบอม ยุ่งเหยิงไปทั้งตัว แต่ที่สำคัญคือ เขา “มาอยู่ตรงนั้นจริง ๆ” ความเฉียบขาดอยู่ที่วิธีเล่า เขาไม่พยายามอธิบายอะไรยืดยาวถึงสภาพของตัวเอง เพียงแค่พูดมอโนล็อกจากหัวใจ เหมือนพิธีไล่ผีครั้งสุดท้ายที่จำเป็น “และลุง James ขอบคุณที่เป็นตัวของตัวเอง ลุงทำให้ผมรู้ว่าผมไม่อยากเป็นแบบไหน”
นี่ไม่ใช่แค่การเดินทางไปกล่าวลาคนตาย แต่คือการปฏิเสธมรดกทางวัฒนธรรมทั้งชุดที่ Uncle James เป็นตัวแทน—ทั้งความซับซ้อน เรื่องอื้อฉาว และการประนีประนอมทุกรูปแบบที่ต้องแลกกับการใช้ชีวิตในที่แจ้งระดับนั้น การเดินทางของ Vince จึงกลายเป็นคำประกาศว่าเขาจะวาดเส้นทางของตัวเอง แม้อาจไม่ระยิบระยับเท่าเดิม แต่ตรงไปตรงมากับตัวเองกว่ามาก
ศิลปะในการคุมภาพ และความโกลาหลที่ถูกกำกับไว้อย่างดี
ความโศกเศร้ายังคงปกคลุมอยู่ในทุกเฟรม ปรากฏผ่านการแสดงทางกายของ Staples ผ่านภาพหลอนของลุงในมโนสำนึก และผ่านการเลือกสไตล์ภาพที่แม่นยำของซีรีส์ การใช้มุมกล้องเอียงหรือ dutch tilt ซ้ำ ๆ เติมชั้นความตึงเครียดให้ฉากที่น่าติดตามอยู่แล้ว และย้ำชัดในสายตาคนดูว่าโลกของ Vince กำลังเสียศูนย์ ขณะเดียวกัน การจัดองค์ประกอบภาพที่ตั้งใจและพิถีพิถันก็ยกระดับงานให้มีความเป็นภาพยนตร์อย่างโดดเด่น
ที่นี่ไม่มีเสียงหัวเราะอัด และไม่มีมุกเอาใจคนดูแบบง่าย ๆ นี่คือคอมเมดี้สายพรีเมียมอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ไม่เย่อหยิ่งหรือดราม่าจนเกินเหตุ ผู้ชมถูกพาออกทริปฮาแตกไปกับเหตุการณ์เหนือจริงและการหักมุมที่คาดไม่ถึง ทั้งฉากหนีออกจากลัทธิ ฉากบู๊มือเปล่าแบบไม่ทันตั้งตัว หรือการพกปืนไปเผชิญหน้ากับมือขวาผู้แค้นจัดของคนบ้า—แต่กลับไม่รู้สึกฝืนหรือเสแสร้งเลยสักจุด ทุกอย่างส่งต่อความรู้สึกได้อย่างงดงามว่า ความวายป่วงระดับนี้คือข้อเท็จจริงที่เลี่ยงไม่พ้นของชีวิต Vince Staples เวอร์ชันทีวีอยู่แล้ว
The Vince Staples Show ซีซันสองเติบโตอย่างงดงามในพื้นที่อันพอดีและปั่นป่วนระหว่างคอมเมดี้วายป่วง ฮิวเมอร์มืดหม่น และความระทึกขวัญ การสร้างโครงเรื่องหลักแบบซีรีส์ต่อเนื่อง แล้วเสริมด้วยการคุมทิศทางสร้างสรรค์ที่แน่นขึ้น ส่งผลให้จังหวะการเล่าเรื่องของซีซันนี้ทรงพลังขึ้นอย่างชัดเจน ซีรีส์ยังคง “ดูเพลินแบบเกินต้าน” ในทุกความหมายของคำว่าดูง่ายแต่มีชั้นเชิง และพิสูจน์ให้เห็นว่า Staples ทีมแสดง และทีมเขียน พร้อมจะพางานนี้ไปไกลกว่ามุกตลกระดับผิวเผินแล้ว
ทุกตอนของ The Vince Staples Show ซีซัน 2 พร้อมให้สตรีมรับชมได้แล้วบน Netflix



















