KIKI: เป็นเจ้าของซาวนด์ของตัวเอง ไม่ยอมถูกตีกรอบ
เกิดช่วงโควิด-19 KIKI มาพร้อมซาวนด์ดิบ ชิล ไร้กรอบ ที่เชื่อมโยงได้ข้ามหลายกลุ่มผู้ชม ตอนนี้พวกเขากำลังก้าวขึ้นเวทีในงาน Budweiser’s Music Is Yours To Take presented by Hypebeast ที่ Bangkok.
KIKI: เป็นเจ้าของซาวนด์ของตัวเอง ไม่ยอมถูกตีกรอบ
เกิดช่วงโควิด-19 KIKI มาพร้อมซาวนด์ดิบ ชิล ไร้กรอบ ที่เชื่อมโยงได้ข้ามหลายกลุ่มผู้ชม ตอนนี้พวกเขากำลังก้าวขึ้นเวทีในงาน Budweiser’s Music Is Yours To Take presented by Hypebeast ที่ Bangkok.
KIKI เกิดขึ้นในช่วงโควิด-19 เรียนรู้การเล่นไปด้วยกันท่ามกลางสถานการณ์ไม่คาดฝัน และเชื่อในจังหวะเวลาและเคมีระหว่างกันว่าจะพาไปได้ไกล ด้วยซาวนด์สบาย ๆ ที่สะท้อนความเป็นวัยรุ่นและไม่ยอมอยู่ในกรอบเดียว พวกเขาสร้างไวบ์ที่เชื่อมโยงได้ข้ามหลายกลุ่มผู้ชมและหลายโมเมนต์
ตอนนี้พวกเขากำลังก้าวเข้าสู่ BUDWEISER’S MUSIC IS YOURS TO TAKE, PRESENTED BY HYPEBEAST ซึ่งจะจัดขึ้นวันที่ 17 ตุลาคม ที่กรุงเทพฯ อีเวนต์นี้เฉลิมฉลองดนตรีและวัฒนธรรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวบรวมครีเอเตอร์ที่เดินตามจังหวะของตัวเองและไม่กลัวการผลักดันสิ่งใหม่ ๆ มารวมกัน สำหรับ KIKI นี่คือโอกาสในการแบ่งปันเส้นทางการเดินทาง แรงบันดาลใจที่หล่อหลอมพวกเขา และพลังงานที่พวกเขากำลังจะนำขึ้นสู่เวทีที่กรุงเทพฯ
อ่านบทสนทนาเต็มฉบับกับ KIKI แล้วดูว่าพวกเขากำลังก่อร่างซาวนด์และเรื่องราวของตัวเองอย่างไร
HB: KIKI จะขึ้นแสดงใน Budweiser’s Music Is Yours To Take presented by Hypebeast มูฟเมนต์ที่เฉลิมฉลองครีเอเตอร์ผู้เป็นเจ้าของจังหวะของตัวเองและนิยามซีนขึ้นมาใหม่ ในฐานะส่วนหนึ่งของมูฟเมนต์นี้ อะไรคือสิ่งที่คุณตื่นเต้นที่สุด?
KIKI: เราตื่นเต้นที่สุดกับประตูแห่งโอกาสที่อีเวนต์นี้เปิดให้เรา เป็นแบบนี้เสมอมา เพราะเราเคยชินกับการเล่นต่อหน้าผู้ชมที่เราไม่คุ้นเคย เราตั้งตารอดูว่าผู้ชมจะมอบอะไรให้เรา ระหว่างที่เรากำลังวางเซ็ตลิสต์สำหรับโชว์สุดพิเศษครั้งนี้
HB: วงมารวมตัวกันครั้งแรกได้อย่างไร และอะไรทำให้พวกคุณเชื่อมกันทางดนตรี?
KIKI: เรามารวมตัวกันในช่วงโควิด ที่วงดนตรีส่วนใหญ่แทบไม่มีโอกาสขึ้นแสดงที่ไหน ความเบื่อเริ่มเล่นงาน และแพสชันของเราก็พุ่งสูงกว่าที่เคยเพื่อส่งมอบสิ่งใหม่ ๆ ต้องไม่ลืมว่า KIKI ไม่ได้เกิดจากการวางแผนอย่างจงใจ แต่จังหวะเวลาและเคมีต่างหากที่ทำให้เรามีตัวตนจนถึงวันนี้
HB: ถ้าต้องอธิบายซาวนด์ของ KIKI โดยไม่ใช้ศัพท์ทางดนตรี คุณจะบรรยายว่าอย่างไร?
KIKI: เราคงบอกว่าเรา “reckless” และ “careless” ไปพร้อมกัน ความคิดของคนอื่นมีผลต่อทิศทางที่เรามุ่งหน้าไปน้อยมาก หรือแทบไม่มีเลย และเรารู้สึกจริง ๆ ว่านั่นแหละคือความงามที่ซ่อนอยู่ใต้การสร้างสรรค์ของ KIKI
HB: อิทธิพลที่คาดไม่ถึงที่สุด—ไม่ว่าจะดนตรีหรือไม่ใช่ดนตรี—ที่หล่อหลอมซาวนด์ของคุณคืออะไร?
KIKI: การได้เดินทางไปต่างประเทศ ค้นพบซาวนด์ใหม่ ๆ และพบผู้คนระหว่างทาง แล้วมันคาดไม่ถึงยังไงนะหรือ? ก็เพราะเราไม่เคยคิดว่าดนตรีของเราจะพาเราไปได้ไกลอย่างที่เป็นอยู่ ผู้ชมต่างกลุ่ม คนต่างกัน ก็ส่งพลังงานต่างกัน และนั่นคือแหล่งแรงบันดาลใจหลักที่ทำให้เราสานต่อสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ เราซาบซึ้งกับทุกสิ่งจริง ๆ
HB: ดนตรีของ KIKI มีกลิ่นอายความเยาว์ที่สดดิบ คุณรักษาพลังนั้นให้คงอยู่ขณะซาวนด์ของคุณเติบโตอย่างไร?
KIKI: ประสบการณ์คือหนึ่งในกุญแจสำคัญที่คอยขับเคลื่อนเรา ซึ่งสอดคล้องกับคำถามข้างต้น เพราะมันเติมเชื้อไฟให้แพสชันในสิ่งที่เราทำและยังคงทำมาจนถึงวันนี้ เราไม่เคยมองข้ามอะไร และไม่เคยถืออะไรเป็นเรื่องแน่นอน ทุกสิ่งที่เราสัมผัสทั้งทางอารมณ์และทางกาย หล่อหลอมให้เราเป็นเราในวันนี้
HB: ในแคตตาล็อกของคุณ เพลงไหนที่รู้สึกว่า “เป็น KIKI” ที่สุด และทำไม?
KIKI: เราคงเลือก “Love Is So Unreal” เราไม่ได้จะอธิบายถึงความลึกของมันมากนัก แต่อยากเล่ามุมกระบวนการทำเพลงนี้จากฝั่งเรา เราตั้งใจให้แทร็กนี้เป็น ‘เพลงเล่าเรื่อง’ และเป็นงานเชิงปรัชญาที่ทำให้ผู้คนมี ‘อาหารสมอง’ เมื่อต้องครุ่นคิดถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับคนสำคัญของตัวเอง
HB: การแสดงใน Bangkok มีไวบ์เฉพาะตัว เมืองนี้ส่งผลต่อวิธีที่คุณเชื่อมกับผู้ชมอย่างไร?
KIKI: กรุงเทพฯ คือหัวใจและแสงสว่างของทุก ๆ วันในชีวิตเรา เพราะเราอาศัยอยู่ที่นี่ การได้เห็นปฏิกิริยาของผู้ชมต่อโชว์ของเรา ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ เปลี่ยนมุมมองของเราต่อวิธีที่ “เมือง” ตอบรับสิ่งที่ครั้งหนึ่งเราเคยคิดว่าเข้าถึงยาก และนั่นมีความหมายมากกว่าทุกสิ่งสำหรับเรา ต่อให้เราได้มีโอกาสไปเล่นต่างประเทศ ก็ไม่มีอะไรเทียบได้กับหัวใจและความรักจากผู้คนในบ้านเกิด—มันคือประสบการณ์ที่มหัศจรรย์จริง ๆ
HB: คุณบาลานซ์การทำเพลงที่สะท้อนคนฟังในประเทศไทย พร้อมกับการเข้าถึงผู้ฟังระดับโลกได้อย่างไร?
KIKI: เราไม่ทำ ทุกสิ่งที่เราออกแบบและลงมือทำใช้ได้กับผู้ฟังทุกกลุ่ม และเราคิดว่าการแบ่งแยกผู้ฟังเป็นเรื่องไร้สาระ ดนตรีควรเป็นภาษาสากล และไม่ควรมีวิธีเฉพาะเพื่อทำให้เพลงของเราเวิร์กกับผู้ฟังกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
HB: คุณอยากให้ผู้ฟังมี “aftertaste” ทางอารมณ์แบบไหนหลังจากได้สัมผัสเพลงของ KIKI?
KIKI: ปกติเราไม่ได้คาดหวังอะไรมาก ไม่ใช่หน้าที่หรือความกังวลของเราที่จะคาดเดาว่าผู้ชมจะมอบอะไรกลับมา เราแค่อยากให้พวกเขาสนุก และอยากให้พวกเขาอยากได้อีกเสมอ ปาร์ตี้นี้ต้องไม่มีวันจบ
HB: แฟชั่นและสไตล์มีบทบาทอย่างไรต่ออัตลักษณ์ของ KIKI ในฐานะศิลปินบนเวที?
KIKI: เอาตรง ๆ แฟชั่นไม่ใช่จุดแข็งของเรา เราแต่งอย่างที่อยากแต่ง และเป็นอย่างที่อยากเป็น สิ่งที่เราทำสื่อสารได้มากกว่ารูปลักษณ์ภายนอก ไม่ใช่เพราะเราไม่แคร์ แต่เพราะเราไม่ค่อยถนัดด้านนั้น โฟกัสจึงขยับไปอยู่ในสิ่งที่เราคุ้นเคย มากกว่าสิ่งที่เราอยากให้สังคม ‘แฟชั่น’ มองเห็น
HB: Bangkok กำลังกลายเป็นฮับของดนตรีหน้าใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คุณคิดว่า KIKI จะเข้าไปอยู่ในเรื่องราวนั้นอย่างไร?
KIKI: เรามองตัวเองเป็นวงอินดี้ที่ค่อย ๆ กลมกลืนเข้าไปทีละน้อย ไม่มีอะไรที่เราเคยเร่งรีบในซีนอินดี้ไทย แต่ก็ดีใจที่ได้เห็นพัฒนาการของซีนอินดี้วันนี้ (พูดถึงปี 2025) และการเติบโตคือสิ่งที่เราเล็งไว้เสมอ มันเป็นภาพที่ทั้งชวนมองและน่าประทับใจ
HB: แพลตฟอร์ม Budweiser’s Music Is Yours To Take presented by Hypebeast เน้นย้ำทั้งดนตรีและวัฒนธรรม กับเวทีที่พิเศษขนาดนี้ ข้อความสำคัญหนึ่งข้อที่คุณอยากให้ KIKI ฝากไว้กับแฟน ๆ และผู้ฟังหน้าใหม่คืออะไร?
KIKI: เราอยากให้พวกเขาได้เห็นสิ่งที่เราพร้อมนำเสนอแก่ผู้ฟังหน้าใหม่และโลกของดนตรี สำหรับเรา ดนตรีไม่ควรถูกตีกรอบ นิยาม หรือพิพากษาด้วยแนวหรือสไตล์ใด ๆ แค่สนุกไปกับสิ่งที่เราจะเล่นให้ทุกคนฟัง พอ ๆ กับที่เรามีความสุขในการคิวเรตเพลงเหล่านี้เพื่อคุณ



















